แนะนำแหล่งเรียนรู้

การเกิดถ่านหิน

          ซากพืชเมื่อตายทับถมซึ่งกันและกัน และถูกปิดทับด้วยชั้นตะกอน จะจมตัวอย่างช้าๆ  ภายในเวลาค่อนข้างสั้น (เช่น 5,000 ปี)  ซากพืชจะเปลี่ยนเป็นพีท(peat) ต่อมาพีทได้รับความร้อน ความดันที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับตะกอน ทำให้พีทแปรสภาพไปเป็นถ่านหิน กระบวนดังกล่าวเรียกว่า การแปรสภาพไปเป็นถ่านหิน   
          ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการแปรสภาพ ไปเป็นถ่านหิน คือ อุณหภูมิ ความดัน (ความลึกของพีทที่จมตัว) และช่วงเวลาในการเกิดถ่านหิน ในระยะแรกซากพืชจะเปลี่ยนไปเป็นพีท และเมื่อเวลาผ่านไป พีท จะเปลี่ยนไปเป็น ลิกไนต์ หรือถ่านหินสีน้ำตาล  ลิกไนต์จัดเป็นถ่านหินที่มีค่าชั้นคุณภาพต่ำสุด เมื่อเปรียบเทียบกับถ่านหินประเภทอื่น  ช่วงเวลาในการเกิดพีท จะเกิดในหน่วยพันปี แต่ช่วงเวลาในการเกิดลิกไนต์ จะใช้เวลาหลายล้านปี เมื่อเวลาผ่านไป (หลายล้านปี) ลิกไนต์(lignite) ที่เกิดใต้ผิวโลกจะได้รับอุณหภูมิ และความดันมากขึ้น ลิกไนต์ จะเปลี่ยนสภาพไปเป็น ซับบิทูมินัส(subbituminous) บิทูมินัส(bituminous) และแอนทราไซต์(antracite) ตามลำดับ
 
 

          การแปรสภาพจากพีท ไปเป็นถ่านหิน คือ ลิกไนต์ ซับบิทูมินัส บิทูมินัส   ซึ่งจัดเป็นการเกิดในช่วงของการเกิดหินตะกอน เนื่องจากช่วงเกิดใต้ผิวโลกของถ่านหินที่กล่าวมา เกิดที่ความลึกไม่เกิน 6 กิโลเมตรจากผิวโลก และความร้อนไม่เกิน 180 องศาเซลเซียส    ถ้าความลึกและอุณหภูมิมากกว่านี้ บิทูมินัส จะแปรสภาพไปเป็น แอนทราไซต์ และแกรไฟต์ ซึ่งจัดเป็นสภาพแวดล้อมของการเกิดหินแปร

 


Social Network

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย