เนื้อหา

     การพยากรณ์อากาศ เป็นการคาดหมายสภาพลมฟ้าอากาศในอนาคต ข้อมูลเริ่มต้นสำหรับการพยากรณ์อากาศนั้น ได้มาจากการตรวจอากาศ ทั้งการตรวจอากาศผิวพื้น การตรวจอากาศชั้นบนในระดับความสูงต่าง ๆ ข้อมูลสำคัญที่ต้องใช้เพื่อพยากรณ์อากาศได้แก่ อุณหภูมิ ความกดอากาศ ความชื้น ลม เมฆ และฝน การที่จะพยากรณ์อากาศในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ต้องใช้ข้อมูลจากผลการตรวจอากาศในบริเวณนั้นร่วมกับผลการตรวจอากาศจากบริเวณ ที่อยู่โดยรอบด้วย นอกเหนือจากกการตรวจอากาศผิวพื้นทั้งบนพื้นดิน พื้นน้ำ และการตรวจอากาศชั้นบนแล้ว ปัจจุบันการตรวจอากาศที่ช่วยให้การพยากรณ์แม่นยำยิ่งขึ้นคือ การตรวจอากาศด้วยเรดาร์และดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาด้วย

วีดีทัศน์ เรื่อง การพยากรณ์อากาศ

     การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพยากรณ์อากาศ เมื่อมีข้อมูลผลการตรวจอากาศแล้ว สิ่งที่ต้องทำเพื่อให้สามารถพยากรณ์อากาศได้ คือการวิเคราะห์ข้อมูลผลการตรวจอากาศเพื่อให้ทราบลักษณะอากาศปัจจุบัน และการคาดหมายการเปลี่ยนแปลงของลักษณะอากาศที่กำลังเกิดขึ้น โดยขั้นตอนแรกเป็นการบันทึกผลการตรวจอากาศที่ได้รับทั้งหมด ทั้งจากในประเทศและจากต่างประเทศ ลงบนแผนที่หรือแผนภูมิทางอุตุนิยมวิทยาชนิดต่าง ๆ เช่น แผนที่อากาศผิวพื้น แผนที่อากาศชั้นบน แผนภูมิการหยั่งอากาศ ด้วยสัญลักษณ์มาตรฐานทางอุตุนิยมวิทยา

    

 วีดิทัศน์ เรื่อง ข้อมูลสำหรับพยากรณ์อากาศ 

 วีดิทัศน์ เรื่อง การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพยากรณ์อากาศ

     ขั้นตอนที่สองคือการวิเคราะห์ผลการตรวจอากาศที่ได้จากขั้นตอนแรก โดยการลากเส้นแสดงค่าองค์ประกอบทางอุตุนิยมวิทยา เช่น เส้นความกดอากาศเท่ากันหรือไอโซบาร์ เพื่อแสดงตำแหน่ง และความรุนแรงของระบบลมฟ้าอากาศ เส้นทิศทางและความเร็วลมในระดับความสูงต่าง ๆ เพื่อแสดงลักษณะอากาศในระดับบน และเส้นแสดงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิตามความสูงเพื่อแสดงเสถียรภาพของ บรรยากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดเมฆและฝน

 วีดิทัศน์ เรื่อง สัญลักษณ์ในแผนที่อากาศ

คำถาม

 

              - สืบค้นความหมายของสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในแผนที่อากาศ

 


         ขั้นตอนต่อไปคือการคาดหมายการเปลี่ยนแปลงและการเคลื่อนที่ของระบบลมฟ้าอากาศที่ วิเคราะห์ได้ โดยใช้วิธีการพยากรณ์อากาศแบบต่าง ๆ และขั้นตอนสุดท้ายคือการออกคำพยากรณ์ ณ ช่วงเวลาและบริเวณที่ต้องการ โดยพิจารณาจากตำแหน่งและความรุนแรงของระบบลมฟ้าอากาศที่คาดหมายไว้ หลังจากนั้นก็ส่งคำพยากรณ์อากาศไปยังสื่อมวลชน เพื่อเผยแพร่สู่ประชาชน และส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไปตามความเหมาะสม เช่นการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ เป็นต้น

 วีดิทัศน์ เรื่อง ขั้นตอนในการพยากรณ์อากาศ

เกณฑ์อากาศร้อน กำหนดจากค่าอุณหภูมิสูงสุด ดังนี้
     - อากาศร้อน (Hot) ใช้กับอุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่ 35.0 – 39.9 องศาเซลเซียส
     - อากาศร้อนจัด (Very Hot) ใช้กับอุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่ 40.0 องศาเซลเซียสขึ้นไป

 

เกณฑ์อากาศหนาว กำหนดจากอุณหภูมิต่ำสุดประจำวันและใช้เฉพาะในฤดูหนาว ดังนี้
     - อากาศเย็น (Cool) ใช้กับอุณหภูมิต่ำสุดตั้งแต่ 18.0 – 22.9 องศาเซลเซียส
     - อากาศค่อนข้างหนาว (Moderately Cold) ใช้กับอุณหภูมิต่ำสุดตั้งแต่ 16.0 – 17.9 องศาเซลเซียส
     - อากาศหนาว (Cold) ใช้กับอุณหภูมิต่ำสุดตั้งแต่ 8.0 – 15.9 องศาเซลเซียส
     - อากาศหนาวจัด (Very Cold) ใช้กับอุณหภูมิต่ำสุดตั้งแต่ 7.9 องศาเซลเซียสลงไป
 
กณฑ์การกระจายของฝน กำหนดจากพื้นที่ที่ฝนจะตก ดังนี้
     - ฝนบางพื้นที่ (Isolated) หมายถึง มีฝนตกน้อยกว่า 20% ของพื้นที่
     - ฝนกระจายเป็นแห่งๆ (Widely Scattered) หมายถึง มีฝนตกตั้งแต่ 20% ขึ้นไป แต่ไม่เกิน
       40% ของพื้นที่
     - ฝนกระจาย (Scattered) หมายถึง มีฝนตกตั้งแต่ 40% ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 60% ของพื้นที่
     - ฝนเกือบทั่วไป (Almost Widespread) หมายถึง มีฝนตกตั้งแต่ 60% ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 80%
        ของพื้นที่
     - ฝนทั่วไป (Widespread) หมายถึง มีฝนตกตั้งแต่ 80% ของพื้นที่ ขึ้นไป

เกณฑ์ปริมาณฝน กำหนดจากปริมาณน้ำฝน ดังนี้
     - ฝนเล็กน้อย (Light Rain) ฝนตกมีปริมาณตั้งแต่ 0.1 มิลลิเมตร ถึง 10.0 มิลลิเมตร
     - ฝนปานกลาง (Moderate Rain) ฝนตกมีปริมาณตั้งแต่ 10.1 มิลลิเมตร ถึง 35.0 มิลลิเมตร
     - ฝนหนัก (Heavy Rain) ฝนตกมีปริมาณตั้งแต่ 35.1 มิลลิเมตร ถึง 90.0 มิลลิเมตร
     - ฝนหนักมาก (Very Heavy Rain) ฝนตกมีปริมาณตั้งแต่ 90.1 มิลลิเมตร ขึ้นไป