เนื้อหา

     การตรวจอากาศชั้นบน การเปลี่ยนแปลงของลักษณะอากาศสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบทางลม ฟ้าอากาศที่อยู่เหนือผิวพื้นของโลกด้วย โดยเฉพาะในชั้นโทรโพสเฟียร์ ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาที่ตรวจวัด เพื่อใช้ในการพยากรณ์อากาศ ได้แก่ อุณหภูมิ ความกดอากาศ ความเร็วลมและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศในระดับต่าง ๆ เครื่องมือในการตรวจวัดข้อมูลเหล่านี้ ในกรมอุตุนิยมวิทยามีใช้อยู่ 2 แบบ


     แบบแรกเรียกว่า เครื่องวิทยุหยั่งอากาศ  (radiosonde) ใช้สำหรับตรวจอากาศในระดับสูง เครื่องวิทยุหยั่งอากาศเป็นเครื่องส่งคลื่นวิทยุที่มีอุปกรณ์ขนาดเล็ก (sensor) สำหรับวัดค่าต่าง ๆ ที่ต้องการ ทำงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดเล็ก เวลาใช้งานจะผูกติดกับบอลลูนบรรจุก๊าซไฮโดรเจน  บอลลูนจะพาเครื่องวิทยุหยั่งอากาศขึ้นไปยังระดับสูงๆ แล้วเครื่องวิทยุหยั่งอากาศจะส่งคลื่นวิทยุมายังเครื่องรับที่พื้นดิน ซึ่งจะแปลความหมายของคลื่นวิทยุนั้นเป็นค่าของความกดอากาศ อุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์ในระดับต่างๆ ได้ และประกอบกับการใช้เครื่องมือคอยจับทิศทางการเคลื่อนที่ของลูกโป่งทุกๆ นาที ก็จะคำนวณหาทิศและความเร็วของลมในระดับต่างๆ ได้ด้วย ข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อการพยากรณ์อากาศอย่างมาก การตรวจวัดนี้ทำได้ถึงระดับสูง 30 กิโลเมตร

     แบบที่สองคือ ไพล็อตบอลลูน (pilot balloon) หรือบอลลูนนำ ใช้อากาศชั้นบนได้เฉพาะทิศทางและความเร็วลม โดยใช้กล้องวัดมุม (theodolite) ซึ่งเป็นกล้องที่มีลักษณะคล้ายกับกล้องสำรวจแผนที่ กล้องวัดมุมนี้ สามารถวัดมุมตามแนวนอน และแนวตั้งของลูกโป่งที่กำลังลอยอยู่เพื่อนำไปคำนวณหาตำแหน่งและความเร็วของ ลูกบัลลูน ทำให้รู้ทิศทางและความเร็วลมของอากาศชั้นบน แต่ความสูงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะอากาศ ถ้าอากาศแจ่มใส ก็สามารถตรวจได้สูงมากๆใช้เวลาในการตรวจอาจจะถึง 1 ชั่วโมง แต่ถ้ามีลักษณะอากาศไม่ดีเช่นมีฟ้าหลัวชื้นหรือแห้ง หรือมีเมฆต่ำมากก็ไม่สามารถตรวจวัดได้ ข้อมูลจากการตรวจวัด จะถูกส่งไปรวบรวมและวิเคราะห์ เพื่อพยากรณ์อากาศต่อไป

 
วีดิทัศน์ เรื่อง การตรวจอากาศชั้นบน