เนื้อหา

     ความกดอากาศ เป็นองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่ง โดยทั่วไปเรียกว่าความดันอากาศแต่ในทางอุตุนิยมวิทยาใช้คำว่าความกดอากาศ เพราะพิจารณาเฉพาะความดันอากาศที่เกิดจากน้ำหนักของลำอากาศที่กดทับบน พื้นที่ 1 ตารางเมตร ความกดอากาศมีหน่วยเป็นนิวตันต่อตารางเมตรหรือบาร์ หรือ ปาสคัล ทางอุตุนิยมวิทยาจะอ่านค่าความกดอากาศในหน่วย มิลลิบาร์ หรือ เฮคโตปาสคัล ความ กดอากาศที่ตรวจวัดได้แต่ละพื้นที่ทำให้บอกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณฝนและทิศทางลม สถานีตรวจอากาศทุกแห่งจึงต้องคอยตรวจวัดความกดอากาศและส่งข้อมูลไปวิเคราะห์ เพื่อใช้ในการพยากรณ์อากาศ
     
การวัดความกดอากาศใช้เครื่องมือที่เรียกว่า บารอมิเตอร์ ซึ่งมีหลายแบบ ที่ใช้กันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือ บารอมิเตอร์แบบปรอท

                    

 

     บารอมิเตอร์แบบปรอททำด้วยหลอดแก้วปิดปลายข้างหนึ่ง ยาวประมาณ 90 เซนติเมตร กรอกปรอทเข้าไปจนเต็มแล้วคว่ำปากหลอดแก้วลงในอ่างปรอท ปรอทในหลอดแก้วจะลดต่ำลงมาจนความดันเนื่องจากน้ำหนักของลำปรอทในหลอดแก้ว ตรงระดับเดียวกับผิวปรอทในอ่าง เท่ากับความดันของอากาศหรือความกดอากาศที่กดผิวปรอทในอ่าง ค่าของความกดอากาศจะอ่านเป็นค่าความสูงของลำปรอทในหลอดแก้ว
     ที่อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ความกดอากาศที่ระดับน้ำทะเลจะเท่ากับ 1 บรรยากาศ ความสูงของลำปรอทจะเป็น 760 มิลลิเมตร ซึ่งเท่ากับ 1,013.25 มิลลิบาร์ หรือ 1,013.25 เฮคโตปาสคัล

              

     บารอมิเตอร์ที่พกพาได้สะดวกคือแอนิรอยด์บารอมิเตอร์ ภายในเป็นตลับลูกฟูกสุญญากาศซึ่งยุบตัวได้เล็กน้อยตามความกดอากาศที่เพิ่มขึ้น
 

     บารอมิเตอร์แบบอื่นได้แก่ บาโรกราฟ เหมือนกับแบบแอนิรอยด์ แต่ใช้ถึง 6 -10 ตลับลูกฟูก เพื่อความถูกต้องและผิดพลาดน้อยที่สุด และมี
คานต่อกับปากกาขีดบันทึกค่าลงบนกระดาษกราฟสามารถบันทึกได้หลายๆวัน

วีดิทัศน์ เรื่อง ความกดอากาศ

เอกสารอ้างอิง
หลักการของบารอมิเตอร์แบบปรอท จาก tps.ac.th
บารอมิเตอร์แบบปรอทที่ใช้ในปัจจุบันจาก www.cmmet.tmd.go.th/ 
http://www.universetoday.com/
http://www.stuffintheair.com