เนื้อหา

      ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อที่เราใช้ในชีวิตประจำวันมีอยู่หลายกลุ่มด้วยกัน เช่น  กลุ่มกล้ามเนื้อหน้าอก กล้ามเนื้อไหล่ กล้ามเนื้อหลังส่วนบน  กลุ่มกล้ามเนื้อลำตัว กลุ่มกล้ามเนื้อขา สะโพกและหลังส่วนล่าง เป็นต้น กล้ามเนื้อแต่ละส่วนสามารถวัดความแข็งแรงได้ด้วยเครื่องมือและมีเกณฑ์มาตรฐานสำหรับเปรียบเทียบเช่นเดียวกัน กล้ามเนื้อกลุ่มใดที่วัดได้ค่าที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด ก็สามารถใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาช่วยเสริมสร้างให้แข็งแรงขึ้นได้

 

         

 


     ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบการหายใจ ปอด หัวใจ เหล่านี้มีผลต่อสมรรถนะของร่างกาย เมื่อระบบการหายใจดี สามารถรับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มาก โลหิตจะเป็นตัวนำออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย เมื่อระบบการไหลเวียนโลหิตดี ร่างกายจะแข็งแรงลดอาการความดันโลหิตผิดปกติ หัวใจแข็งแรง การตรวจสอบระบบไหลเวียนโลหิตมีตั้งแต่การวัดความจุของปอด ผู้ที่มีปอดใหญ่จะรับออกซิเจนได้มาก ไม่เหนื่อยง่ายเมื่อมีการออกกำลัง การวัดชีพจรเมื่อมีการออกกำลังจะบ่งบอกถึงความแข็งแรงของหัวใจ การหมุนเวียนโลหิตและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ
    การออกกำลังกายจะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น โดยในการออกกำลังกายแต่ละครั้ง ถ้าจะให้ได้ประโยชน์ต่อหัวใจ ปอดและระบบไหลเวียนโลหิต จะต้องออกกำลังกายให้หัวใจหรือชีพจรเต้นระหว่าง 60-80% ของความสามารถสูงสุดที่หัวใจของคนๆ นั้นจะเต้นได้ อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดหาได้ดังนี้

     ตัวอย่างเช่น คนที่มีอายุ 50 ปี มีความสามารถสูงสุดที่หัวใจจะเต้นได้ (MHR) =  220 - 50 = 170 ครั้งต่อนาที นั่นคือ ชีพจรเป้าหมาย = 170 x 60/100 ถึง 170 x 80/100  = 102 ถึง 136 ครั้งต่อนาที

     แสดงว่าการออกกำลังกายที่เป็นประโยชน์ต่อหัวใจ ปอดและระบบหมุนเวียนโลหิต ควรออกกำลังเพื่อให้ ชีพจรเต้นเพียงระหว่าง 60-80% ของ 170 ครั้งต่อนาที คือ ระหว่าง 102-136 ครั้งต่อนาที


วีดิทัศน์เรื่องการทดสอบสมรรถภาพของกล้ามเนื้อและการไหลเวียนของโลหิต

คำถาม

     - นักเรียนที่มีอายุ 15 ปี ควรออกกำลังจนชีพจรเต้นกี่ครั้งต่อนาที จึงมีประโยชน์ต่อระบบหมุนเวียนโลหิต