เนื้อหา

ประเภทของแก้ว
     แก้วสามารถแบ่งประเภทตามส่วนผสมของวัตถุดิบและตามวัตถุประสงค์การใช้งานได้ 4 ประเภท คือ แก้วบอโรซิลิเกตหรือแก้วแข็ง (แก้วบอโรซิลิเกตหรือแก้วแข็ง ประกอบด้วยบอรอนออกไซด์ เป็นส่วนผสมหลัก มีค่า pH สูงกว่า 7 มีความทนทานต่อแรงกระแทก ความร้อนและความเครียด และมีความทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมีได้ดีโดยเฉพาะทนทานต่อสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) แต่จะหลอมละลายได้ในสารละลายที่มีความเป็นกรดและเบสบางชนิด แก้วประเภทนี้เหมาะกับการนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ที่ต้องทนต่อความร้อนสูง เช่น ประตูเตาอบ อุปกรณ์ที่ใช้ในห้องปฎิบัติการวิทยาศาสตร์ กระจกครอบหลอดไฟที่ใช้ภายในและภายนอกอาคารตลอดจนไฟหน้าของรถ) แก้วโซดาไลม์ที่ผ่านกรรมวิธีกำจัดความเป็นเบสที่ผิวแก้วด้านใน (แก้วโซดาไลม์ ประกอบด้วย หินปูน โซดาแอช และทรายแก้วเป็นส่วนผสมหลัก มีค่า pH 7 สามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ที่สามารถคงสภาวะค่า pH ได้ต่ำกว่า 7 ตลอดช่วงระยะเวลาการวางจำหน่ายสินค้า จึงสามารถนำไปใช้อย่างกว้างขวางทั้งในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ เช่น เครื่องดื่ม อาหาร และยารักษาโรค รวมถึงกระจกหน้าต่างของอาคารบ้านเรือน) แก้วโซดาไลม์ที่ไม่ผ่านกรรมวิธีกำจัดความเป็นเบสที่ผิวแก้วด้านใน (แก้วโซดาไลม์ที่ไม่ผ่านกรรมวิธีกำจัดความเป็นเบสที่ผิวแก้วด้านใน สามารถนำไปใช้บรรจุเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม อาหาร เวชภัณฑ์และยา รวมไปถึงบรรจุผลิตภัณฑ์ที่เป็นผงแห้งแต่ต้องนำไปทำให้เจือจางเพื่อทำเป็นบัฟเฟอร์หรือสารละลายที่สามารถต้านทานการเปลี่ยนแปลงค่า pH ของสารละลายได้) และแก้ว NP (แก้ว NP ผลิตมาจากแก้วโซดาไลม์ จัดเป็นแก้วอเนกประสงค์ที่นิยมใช้มากในการบรรจุยาใช้ภายนอกเฉพาะที่ หรือยาที่ใช้รับประทานที่ไม่ต้องคำนึงถึงสภาพความคงทนทางเคมีของยาหรือปฏิกิริยาจากความร้อน)

กระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว
     กระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ คือ

กระบวนการส่วนร้อน ประกอบด้วย
     1. การเตรียมวัตถุดิบโดยตรวจสอบคุณสมบัติทางเคมีและทางกายภาพ
     2. การชั่งน้ำหนักและผสมวัตถุดิบ
     3. การหลอมวัตถุดิบ
     4. การขึ้นรูป
     5. การอบ
กระบวนการส่วนเย็น ประกอบด้วย
     6. การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพ
     7. การพิมพ์สี (ถ้ามีความต้องการของลูกค้า)
     8. การบรรจุหีบห่อและการจัดเก็บ
วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว
     วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ วัตถุดิบหลัก และวัตถุดิบเสริม

วัตถุดิบหลัก
     1. ทรายแก้วหรือทรายซิลิกา เป็นทรายที่มีซิลิคอนออกไซด์ (SiO2) มากกว่าร้อยละ 99.5 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลิตแก้ว

     2. โซเดียมคาร์บอเนต หรือ โซดาแอช (Na2CO3) ใช้ลดจุดหลอมเหลวของซิลิกาจาก 1,700 oC ให้เหลือ 1,200 oC เพื่อการประหยัดพลังงาน
     3. หินปูนหรือแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) เรียกอีกอย่างว่า แร่ลามสโตน (Limestone) ใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทานของเนื้อแก้วและความทนทานต่อสารเคมี เนื่องจากมีส่วนประกอบของแคลเซียม อาจใช้แร่โดโลไมท์ทดแทนได้
     4. หินฟันม้า เรียกอีกอย่างว่า แร่เฟลด์สปา (Feldspar) ใช้เพิ่มความคงทนและความแวววาวของเนื้อแก้ว เนื่องจากมีส่วนประกอบของอลูมินาหรืออลูมิเนียมออกไซด์ (Al2O3)
     5. เศษแก้ว เป็นการนำแก้วที่ใช้แล้วมาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อช่วยประหยัดพลังงานในการหลอมวัตถุดิบได้ร้อยละ 10-15

           


วัตถุดิบเสริม
     1. โซเดียมซัลเฟต (Na2SO4) เป็นเกลือโซเดียมของกรดกำมะถัน เป็นผลึกสีขาว ละลายน้ำได้ ใช้เพื่อกำจัดฟองอากาศที่อยู่ในแก้วหลอม

     2. ผงถ่านหรือคาร์บอน (C) ใช้เพื่อเร่งปฏิกิริยาในการหลอมเหลว ควบคู่กับซอลท์เค้ก ทำให้แก้วมีความบริสุทธิ์
     3. ซีลีเนียม (Se) ใช้กำจัดสีส่วนเกินที่ไม่ต้องการในแก้วใส
     4. ไอรอนออกไซด์ (Fe2O3) ใช้เพื่อการทำให้แก้วเป็นสีอำพัน (สีชา)
     5. แร่โครไมต์ (FeCr2O4) ใช้เพื่อการทำให้แก้วเป็นสีเขียว


วีดิทัศน์เรื่องแก้วผลิตจากอะไรนะ