เนื้อหา

     1. ศิลาแลง เป็นชั้นดินส่วนบน (ดินชัน B) ที่มีออกไซด์ของเหล็กมาก และมีซิลิกาน้อย เกิดจากกระบวนการผุพังทางเคมี และ การชะละลาย อย่างรุนแรงของดิน
     2. ศิลาแลง พบในทุกภูมิภาคของประเทศ บริเวณพื้นที่ลาดชันน้อย มีวัตถุต้นกำเนิดเป็นได้ทั้งตะกอน และหิน โดยใช้เวลาในการเกิด มากกว่า 1,000 ปี
     3. ศิลาแลง ที่อยู่ใต้ผิวดิน อาจนิ่มสามารถตัดได้ด้วยเหล็ก (ศิลาแลงอายุน้อย หรือยังอยู่ในเขตที่มีน้ำใต้ดิน) แต่เมื่อทิ้งไว้ให้สัมผัสอากาศจะแข็งตัว หรืออาจเป็นชั้นแข็ง (ศิลาแลงอายุมาก หรือไม่อยู่ในเขตที่มีน้ำใต้ดิน)
     4. ลูกรังเป็นศิลาแลง ที่ยังไม่จับตัวกันแน่น และลูกรังที่ดีต้องมีแร่ดินเหนียว (หรือแร่เคลย์) ปนน้อย
     5. สีของศิลาแลง ที่มีสีแดง – ส้ม – น้ำตาล เป็นผลเนื่องมาจากองค์ประกอบที่เป็นออกไซด์ของเหล็ก ส่วนสีดำ เกิดจากออกไซด์ของแมงกานีส และรู ที่เป็นผลเนื่องจากการละลายขององค์ประกอบในวัตุต้นกำเนิด ในขณะที่น้ำซึมผ่าน และการหดตัวของดินในขณะที่น้ำใต้ดินลดระดับ
     6. จากหลักฐานทางโบราณสถานต่างๆ พบว่าในประเทศไทยมีการนำศิลาแลง มาใช้ประโยชน์ ตั้งแต่สมัยอาณาจักรทวารวดี ซึ่งมีอายุ ประมาณ พุทธศตวรรษ ที่ 11 – 16 และใช้มากเด่นชัดในช่วงปลายของ อาณาจักรพระนครหลวง (พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พ.ศ. 1724 - 1762) และตลอดช่วงเวลาของอาณาจักรสุโขทัย (พ.ศ. 1972 – 2126)
     7. ในประเทศจังหวัดที่ มีการผลิตศิลาแลง ในปัจจุบัน คือ จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดปราจีนบุรี


วีดิทัศน์เรื่องนี่แหละ...ศิลาแลง