เนื้อหา

     ศิลาแลง เป็นผลจากกระบวนการผุพังทางเคมี ซึ่งในวัตถุต้นกำเนิดอาจเป็นหิน หรือเป็นตะกอนก็ได้ ในกรณี แหล่งเรียนรู้ธรณีวิทยา ศิลาแลง จังหวัดกำแพงเพชรนี้ กำหนดให้ ตะกอนทราย เป็นวัตถุต้นกำเนิดหิน ซึ่งมีลำดับกระบวนการเกิดสรุปได้ดังต่อไปนี้

 

 

 1. ในช่วงฤดูฝน น้ำส่วนมากจะไหลตามพื้นดิน และน้ำบางส่วนจะไหลซึมสู่ด้านล่าง โดยขณะที่น้ำไหลซึมสู่ด้านล่าง น้ำสามารถละลายซิลิกา โพแตสเซียม โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม ที่เป็นองค์ประกอบของตะกอน ไปกับน้ำ (กระบวนการนี้เป็นกระบวนการผุพังทางเคมี) และจะเหลือออกไซด์ของธาตุที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ เช่น อะลูมินา เหล็กที่มีอยู่ในชั้นตะกอน จะตกผลึกเป็นสนิมเหล็กซึ่งไม่ละลายน้ำ

 

 

 2. ระดับน้ำใต้ดินในอดีตจะมีระดับสูงกว่าปัจจุบัน ทำให้ในฤดูฝน บริเวณดังกล่าวอิ่มตัวไปด้วยน้ำ การเปลี่ยนระดับของน้ำใต้ดิน ทำให้เกิดการละลาย (การผุพังทางเคมี ของชั้นตะกอนมากขึ้น ในขณะเดียวกันทำให้เหลือออกไซด์ของอะลูมินา และการตกผลึกของออกไซด์เหล็ก 

 

 

 3. ในช่วงหน้าแล้ง ระดับน้ำใต้ดินลดต่ำลงกว่าระดับที่เกิดศิลาแลง ดินชั้นดังกล่าวบางส่วนเริ่มแข็งตัวโดยเฉพาะบริเวณที่มีออกไซด์ของเหล็ก และอะลูมินาเกิด และบางส่วนของดินในชั้นนี้หดตัว เกิดเป็นช่องว่าง

 

 

 4. ในช่วงฤดูฝน มีน้ำซึมผ่านชั้นดินดังกล่าว ระดับน้ำใต้ดินมีระดับสูงขึ้น กระบวนการผุพังทางเคมีจะเกิดซ้ำบริเวณเดิม ซิลิกา โพแตสเซียม โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม ที่เป็นองค์ประกอบของตะกอน ละลายไปกับน้ำ คงเหลือออกไซด์ของอลูมินา และเกิดออกไซด์ของเหล็ก มากขึ้น

 

 

 5. ในช่วงฤดู แล้งระดับน้ำใต้ดินในพื้นที่ลดระดับลง ชั้นดินแข็งตัวเป็นบางส่วน และเกิดการหดตัว ทำให้เกิดช่องว่างในชั้นดิน

 

     6. กระบวนการดังกล่าวจะเกิดซ้ำ ระหว่างฤดูฝน กับฤดูแล้ง และท้ายสุดเมื่อระดับน้ำใต้ดินในพื้นที่ลดต่ำลง ทำให้กระบวนการผุพังทางเคมีเกิดได้เฉพาะช่วฤดูฝน ขณะที่มีน้ำฝนไหลซึมผ่านเท่านั้น
     7. ปัจจุบัน ชั้นศิลาแลงบริเวณนี้แข็งตัวแล้ว แต่ยังคงเห็นลักษณะของช่องว่าง และการตกผลึกของออกไซด์เหล็ก และแมงกานีส ส่วนออกไซด์ของอะลูมินา ซึ่งมีสีขาวจะไม่เห็น แต่มันเป็นส่วนที่ช่วยให้ศิลาแลงมีความแกร่งมากขึ้น

สรุปกระบวนการเกิดศิลาแลง
     กระบวนการเกิดศิลาแลง อาศัยวัตถุต้นกำเนิดดินที่น้ำสามารถไหลซึมผ่านได้ ในกรณีนี้เป็นชั้นตะกอนทราย สภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้น (มีฤดูที่ฝนตกมาก และฝนตกน้อยสลับกัน) ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นที่ลาดชันน้อย ช่วยทำให้น้ำไหลซึมสู่ด้านล่าง และเกิดระดับน้ำใต้ดินที่ไม่ลึกมากนัก เวลาในการเกิดที่ยาวนานพอควร ทำให้เกิดการซ้ำของกระบวนการผุพังทางเคมีที่เกิดกับชั้นดิน

     ชั้นดินศิลาแลง เป็นดินชั้น บี เมื่อดูจากหน้าตัดดินทั่วไป และตัวอย่างของชั้นศิลาแลง ที่พบเห็นกันบ่อยๆ คือ ชั้นดินแข็งที่ปิดอยู่บนเสาดิน ของแพะเมืองผีและละลุ ซึ่งถ้าชั้นดินด้านบนถูกกร่อนหายไป เสาดินจะกร่อนกลายเป็นกองดินอย่างรวดเร็ว (ภาพ 12 และ 13)


ภาพ 12: เสาดิน แพะเมืองผี จ. แพร่ ศิลาแลงเกิดปิดทับตะกอนชั้นบน

 


ภาพ 13: เสาดินละลุ จ. สระแก้ว ศิลาแลงเกิดปิดทับตะกอนชั้นบน

 

 
วีดิทัศน์เรื่องกว่าจะเป็นศิลาแลง