เนื้อหา

ความหมายของศิลาแลง
     ศิลาแลง หรือชื่อภาษาอังกฤษ ว่า laterite ซึ่งมาจากภาษาละติน จากคำว่า “latericius” หมายถึงอิฐ คำจำกัดความ มี 2 แบบ คือ คำจำกัดความเก่า (ก่อน พ.ศ. 2544) และคำจำกัดความใหม่ (หลัง พ.ศ. 2544) และปัจจุบัน ใช้ความหมายนี้

ความหมายเก่า
     ศิลาแลง หมายถึง “ชั้นดินที่อยู่ใต้ผิวดินผุมากมีสีแดง หรือเป็นวัตถุที่มีออกไซด์ทุติยภูมิของเหล็ก หรืออลูมิเนียม หรือ ออกไซด์ของโลหะทั้งสองชนิดมาก และมักพบเม็ดทราย (ควอรตซ์) และดินเหนียว (แร่เคลย์) ในชั้นดังกล่าว  ชั้นดินดังกล่าวนี้พบในบริเวณที่มีอากาศอบอุ่น-ร้อนชื้น และเป็นส่วนที่หลงเหลือจากการกระบวนการผุพัง (การผุพังทางเคมี) ศิลาแลงมีสมบัติที่สามารถแข็งตัว ภายหลังจากผ่านกระบวนการที่ทำให้เปียก และแห้งต่อเนื่องสลับกัน นอกจากนี้ยังสามารถตัด นำมาใช้แทนอิฐ (ดินเหนียวเผา)”

ความหมายที่ใช้ในปัจจุบัน
ศิลาแลง หมายถึง “ชั้นดินส่วนบน ที่มีออกไซด์ของเหล็กมาก และมีซิลิกาน้อย เกิดจากกระบวนการผุพังทางเคมี และ การชะละลาย อย่างรุนแรง ของดินที่พบในภูมิภาคร้อนชื้น" นิยามเก่า และใหม่แตกต่างกันดังนี้

     1.นิยามใหม่ จำกัดให้ศิลาแลงเป็น ดินผุ เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่เข้าใจว่า ศิลาแลงเป็นหินที่ผุ
     2.นิยามใหม่ ไม่ระบุ ว่า ศิลาแลงต้องมีควอรตซ์ (เม็ดทราย) และแร่ดินเหนียว เป็นองค์ประกอบ
     3.นิยามใหม่ ให้ศิลาแลง เป็นดินผุที่มีออกไซด์ของเหล็ก หรือมีสนิมเหล็กมาก เท่านั้น
     4.นิยามใหม่ กำหนดการพบดินประเภทนี้ ให้จำกัดอยู่ในภูมิภาคร้อนชื้นเท่านั้น
     5.นิยามใหม่ ไม่นำกระบวนการเกิดเขามาปน รวมถึงสมบัติของศิลาแลงที่นิ่มสามารถตัดได้ง่าย ซึ่งพบเฉพาะบางบริเวณเท่านั้น

แม่รัง – ลูกรัง – หลานรัง คืออะไร
     ในบางครั้ง เราอาจได้ยินคนเรียกศิลาแลงว่า “แม่รัง” ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกแทนกันได้ แต่คำที่ใช้กันบ่อยกว่า คือ “ลูกรัง” เช่น ถนนลูกรัง

     ถนนลูกรัง จะสื่อความหมายถึง ถนนที่ไม่ได้ลาดยาง มีสีส้ม หน้าแล้งรถวิ่งจะมีฝุ่นมาก ผิวถนนไม่เรียบเป็นหลุมเป็นบ่อ และหน้าฝนผิวถนนจะเป็นโคลนติดล้อรถ ซึ่งลักษณะของถนนลูกรังดังกล่าว มักสร้างโดยนำดิน หรือหินผุ ที่ใกล้กับบริเวณที่สร้างถนนมาบดอัด อาจจะเป็นเศษดินที่มาจากแม่รัง หรือไม่ได้มาจากแม่รังก็ได้
     สำหรับทางการเกษตร ดินลูกรังหมายถึงดินปนกรวด ซึ่งชื่อสื่อถึงดินบริเวณแหล่งศิลาแลง หรือแม่รัง ที่พืชไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดี
     ส่วนคำว่า “หลานรัง” หมายถึงลูกรังขนาดละเอียด มีดินเหนียวปนมาก คำว่า “หลานรัง”ได้จากการบันทึก ในโครงการพระราชดำริสร้างทางสาย อำเภอรามัน (จ. ยะลา) – บ้านดาโต๊ะหะลอ (จ.ปัตตานี) อำเภอรือเสาะ (จ.นราธิวาส) ซึ่งนายเฉลียว วัชรพุกก์ อธิบดีกรมทางหลวง ได้นำมาเผยแพร่ใน หนังสือ "คือเส้นทางสร้างชาติไทย ๘๔ ปี กรมทางหลวง" ว่า
     “ในปี พ.ศ. 2513 พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริแนะนำแนวทางสายหนึ่งที่ควรจะก่อสร้าง และมีบางตอนเป็นที่ลุ่มแต่ถมดินคันทางได้ นั่นคือ ทางสายอำเภอรามัน- บ้านดาโต๊ะหะลอ-อำเภอรือเสาะ และพระองค์ทรงรอบรู้ภูมิประเทศบริเวณนั้นเป็นอย่างดี ซึ่งนายเฉลียวได้กราบบังคมทูลว่า สภาพทางยังเป็นทาง ก่อสร้างอยู่ และได้จัดให้เข้าอยู่ในโครงการเงินกู้ธนาคารโลก ขณะนี้ได้ใส่ลูกรังไว้แล้ว รถยนต์วิ่งผ่านได้ตลอดปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่ง ว่า "เห็นมีแต่หลานรังเท่านั้น" ครั้งนั้นนายเฉลียวกล่าวว่ารู้สึกงงมาก นึกไม่ออกว่าคำว่าหลานรังคืออะไร แต่ต่อมาก็นึกได้ว่า แม่รัง หมายถึงลูกรัง ก้อนใหญ่ และลูกรัง คือ ลูกรังขนาดเล็กขนาดต่าง ๆ คละกัน ดังนั้นคำว่า หลานรัง คงหมายความถึงลูกรังที่มีขนาดละเอียดมากนั่นเอง และทางคงจะ ลื่นมากหรือติดหล่มเวลาฝนตกหนัก ต่อมานายเฉลียวได้กราบบังคมทูลว่า ได้เลือกลูกรังที่ดีไปใส่เพิ่มเติมโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ทางลื่น แต่จะไม่ลงทุน ทำดีมากนัก เพราะมีโครงการจะสร้างเป็นถนนลาดยางอยู่แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งกับคุณหญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมสมัยนั้นว่า "อธิบดีเขายิ้มสวยนะ" เป็นพระอารมณ์ขันอย่างหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์ เพื่อให้บรรยากาศการเข้าเฝ้าฯ ไม่เคร่งเครียดหรือมีความวิตกกังวลมากนัก”
     เนื้อหาคัดลอกจาก “ก่อสร้างทางอันเนื่องมาจากพระราชดำริ”, http://goo.gl/WAaXn8(เมษายน 2559)

ลักษณะของศิลาแลง
     1.ลักษณะทางกายภาพ
          ดินแข็งแกร่ง ที่มีสี แดง-ส้ม-น้ำตาล-เหลือง มีรูพรุน ลักษณะทรงยาวรี กระจายตัวทั่วไป อาจพบคราบสีดำเกิดขึ้นทั่วไป สีของศิลาแลงจะเข้ม (เช่น ส้มเข้ม) เมื่อชื้นหรือเปียกน้ำ แต่จะจางลง เมื่อแห้ง (เช่น ส้มจาง) ศิลาแลงโดยทั่วไปจะหนักกว่าดินธรรมดา และค่าความถ่วงจำเพาะจะขึ้นกับแปรเปลี่ยน ในช่วง 2.6 ถึง 3.4  ศิลาแลง เป็นดินที่มีความคงทนต่อการผุพัง และละลายน้ำได้น้อยมาก (ภาพ1-1, 1-2 และ 1.3)



 
 

ภาพ 1.1 ชั้นศิลาแลงเปิดใหม่                                                  

   ภาพ 1.2 ศิลาแลงเก่า ที่โผล่บริเวณผิวดินมานานเชื่อว่าเป็นส่วนของบ่อขุดศิลาแลงในอดีต  

ภาพ 1.3 ก้อนศิลาแลงสีส้มสด ประดอบด้วยรู เป็นจำนวนมาก                                     

     2.ลักษณะทางเคมี
          ศิลาแลง เป็นดินที่ไม่มีธาตุอาหารสำหรับพืช เนื่องจากองค์ประกอบหลัก จะประกอบด้วย ออกไซด์ของเหล็ก ซิลิกา และ อะลูมินา (ค่าทั่วไปประมาณ Fe2O3 = 30-40 %, SiO2 = 30 % และ Al2O3 = 25 %) สีของศิลาแลง ที่มีสีสนิมเหล็ก เนื่องจากองค์ประกอบที่เป็ยออกไซด์ของเหล็ก ส่วนสีดำ ในเนื้อศิลาแลง เป็นสีจาก ออกไซด์ของแมงกานีส

บริเวณที่พบศิลาแลง
     ทั่วโลกพบศิลาแลง ในพื้นที่ที่อยู่ในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น และมีฤดูฝน และฤดูแล้ง เกิดสลับกัน เขตที่พบศิลาแลง ของโลก คือ เขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย แอฟริกา อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ (ภาพ 2)


 
ภาพ 2: การกระจายตัวของเขตที่พบศิลาแลง (จาก IFG, 2004) International Focus Group on Rural Road Engineering /IFG/, 2004. Design, Construction and Performance. Laterite. 

   

     จากแผนที่ในภาพ 2 พบว่าพื้นที่บริเวณตอนใต้ของทวีปออสเตรเลีย อยู่นอกเขตภูมิอากาศร้อนชื้น แต่สามารถเกิดศิลาแลงได้ เนื่องจากในอดีตมีการเปลี่ยนแปลงของเขตภูมิอากาศ    
     ในประเทศไทยบริเวณที่พบศิลาแลง ทุกภาคของภูมิประเทศ ส่วนมากเป็นบริเวณที่เป็นที่ราบลาดชันเล็กน้อย อาจพบ บริเวณพื้นที่ที่ติดเขา หรือเป็นที่ดอน ที่ดินที่มีศิลาแลง ต้นไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติมักจะแคระแกรน และขึ้นไม่หนาแน่น และที่สำคัญอาจจะพบก้อนศิลาแลงกระจายอยู่ตามพื้น จังหวัดที่พบศิลาแลงมาก คือ จ. กำแพงเพชร ปราจีนบุรี และลำพูน


วีดิทัศน์เรื่องไปบุกกำแพงเพชรกันเถอะ

 


วีดิทัศน์เรื่องศิลาแลงคืออะไร