เนื้อหา

     ตั้งแต่อดีตมาแล้วที่มนุษย์เราอยากบินได้อิสระเสรีอย่างนก แต่ธรรมชาติไม่ได้สร้างให้มนุษย์มีปีกเหมือนนกทำให้มนุษย์พยายามค้นหาวิธีการที่จะบินได้เหมือนนก จนเมื่อ ค.ศ.1783 พี่น้องตระกูลมงต์โกลฟิเย(Joseph and Jacques Montgolfier)ได้คิดทำบอลลูนอากาศร้อนขึ้น โดย Jean-Francois ได้ทำการบินด้วยบอลลูนอากาศร้อนได้นาน 4 นาที 24 วินาที ต่อมาอีก 2 เดือน ก็คิดทำบอลลูนที่บรรจุกาซไฮโดรเจน และทำการบินได้นานถึง 2 ชั่วโมง


บอลลูนอากาศร้อนที่สร้างโดย Montgolfier
ภาพจาก  http://aircraftevolution.blogspot.com/2012/06/blog-post_2504.html

     ค.ศ.1891-1896 Otto Lilienthal ชาวเยอรมันพยายามพัฒนารูปแบบเครื่องร่อนที่มีผู้พยายามคิดขึ้น โดยใช้ไม้เบา ๆประเภทสนุ่นมาเป็นโครง ยึดผืนผ้าใบของปีกเครื่องร่อน และใช้เนินดินสูงเป็นลานในการบินร่อน ออตโตควบคุมการบิน เครื่องร่อนด้วยการโยกนํ้าหนักของตัวเองไปมา เขาทดลองบินมากกว่า 2000 ครั้ง  แต่แล้ว ก็ต้องจบชีวิตลงในการทดลองครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 1896 ด้วยอุบัติเหตุลมกรรโชกเครื่องร่อนจนทำให้ผืนผ้าใบของปีกเครื่องร่อนขาด ทำให้เครื่องร่อนตกกระแทกพื้น
     เครื่องร่อนใช้หลักของแบร์นูลลีย์ทำให้เกิดแรงยกที่ปีกเช่นเดียวกับเครื่องบิน แต่เครื่องร่อนไม่มีเครื่องยนต์ การใช้เครื่องร่อนจึงต้องอาศัยการเริ่มต้นจากหน้าผาสูง ๆ หรือใช้พาหนะอื่นลากจูงจนเกิดความเร็วพอที่จะทำให้เกิดแรงยกมากพอที่จะทำให้เครื่องร่อนลอยขึ้นสู่อากาศได้ กล่าวได้ว่า เครื่องร่อนเป็นพื้นฐานของเครื่องบิน

 
วีดิทัศน์เรื่องเครื่องร่อนเป็นอย่างไรหรือ?

 

 

เครื่องร่อนแบบหนึ่งของ Otto Lilienthal 
ภาพจาก http://www.neutron.rmutphysics.com/

 

     พี่น้องไรต์ ชาวอังกฤษได้แก่ ออวิลล์ ไรต์ และวิลเบอร์ ไรต์ เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสองคนแรกที่ได้ออกแบบ สร้างเครื่องบิน ที่มีเครื่องยนต์ต้นแบบของเครื่องบินที่ใช้ได้จริง ทั้งสองคนได้รับการศึกษาเพียงแค่ชั้นมัธยมเท่านั้น หลังจากออกจากโรงเรียนแล้ววิลเบอร์ได้เปิดโรงพิมพ์ และร้านซ่อมจักรยานขึ้นที่ เมืองเดย์ตัน รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา และเมื่อออร์วิลเรียนจบก็ได้มาทำงานในร้านซ่อมจักรยานของวิลเบอร์ด้วย ทั้งสองคนสนใจการบินมากจึงศึกษาและทดลองเกี่ยวกับเครื่องร่อนและเครื่องบินมาโดยตลอด ในปี ค.ศ.1900 ทั้งสองจึงตัดสินใจสร้างเครื่องบินลำแรกขึ้น โดยเครื่องบินของเขามีลักษณะคล้ายกับเครื่องร่อน ทำด้วยโครงเหล็ก ปีกทำด้วยผ้า และใช้เครื่องยนต์ขนาด 12 แรงม้า ทั้งสองได้นำเครื่องบินทดลองบินระยะสั้น ๆ บินได้เพียง 1-2 นาที เท่านั้น และยังควบคุมทิศทางไม่ได้ 

  
 วิลเบอร์ ไรต์    ออวิลล์ ไรต์

 

     ทั้ง ออวิลล์ ไรต์และวิลเบอร์ ไรต์ ช่วยกันพัฒนาปรับปรุงเครื่องบินและเครื่องยนต์ จนเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ.1903 ทั้งสองได้ทดลองเครื่องบินที่พัฒนาขึ้น โดยมีออร์วิลเป็นผู้ขับเครื่องบิน ซึ่งประสบความสำเร็จ เครื่องบินสามารถบินอยู่ในอากาศได้นาน  15 วินาที  บินได้ไกล  200 ฟุต และสูงจากพื้นดิน 850 ฟุต ต่อมาเขาได้พัฒนาเครื่องบินจนสามารถบินได้นานถึง 59 วินาที และไกล 852 ฟุต ทั้งสองได้นำเครื่องบินไปจดสิทธิบัตรและได้พัฒนาเครื่องบินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ในปี ค.ศ.1908 ทั้งสองได้สร้างเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำเร็จ โดยเครื่องบินลำนี้มีความยาว 28 ฟุต ความยาวปีก 40 ฟุต น้ำหนัก 322 ปอนด์ ใช้เครื่องยนต์ 20 แรงม้า สามารถบินได้เร็ว 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีที่นั่งสำหรับผู้โดยสารอีก 1 ที่นั่ง นับว่า กิจการบินมีความเจริญก้าวหน้าไปอีกก้าวหนึ่ง ในปีเดียวกันนี้วิลเบอร์ได้ทดลองบินข้ามทวีปไปยังประเทศฝรั่งเศสได้สำเร็จ และในปี ค.ศ.1909 ออร์วิลได้บินข้ามช่องแคบอังกฤษได้สำเร็จ

      เครื่องบินได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน


 ภาพจาก http://militarycentral.blogspot.com/

 


เครื่องบินแบบเออร์วิลล์ ไรท์ บินแสดงครั้งแรกในประเทศไทยในปี พ.ศ. ๒๔๕๔
ภาพจาก  http://kanchanapisek.or.th/

 

 คำถาม

      - สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติแลการพัฒนาเครื่องบิน