เนื้อหา

     พลังงานลม เป็นพลังงานที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศ โดยอากาศที่กำลังเคลื่อนที่จะมีพลังงานจลน์ และเมื่ออากาศเข้าปะทะกับวัตถุใดๆ จะมีการถ่ายโอนพลังงานทำให้วัตถุนั้นหมุนหรือเคลื่อนที่ได้ ปัจจุบันประเทศไทยได้ติดตั้งเครื่องวัดความเร็วลม เพื่อหาความเร็วลมในแต่ละพื้นที่และจัดทำแผนที่แสดงความเร็วลม สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อกำหนดตำแหน่งสถานที่ติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้า ออกแบบกังหันลมใช้งานให้เหมาะสม รวมทั้งสามารถประเมินพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ และการพัฒนาเทคโนโลยีในการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมให้เหมาะสมกับศักยภาพพลังงานลมของประเทศ

แอนิโมมิเตอร์แบบถ้วย

การนำพลังงานลมผลิตไฟฟ้า      
     การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมจะใช้กังหันลม ระบบส่งกำลัง ระบบควบคุม เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และหอคอย
     กังหันลมสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ กังหันลมแกนนอน (Horizontal Axis Wind Turbines; HAWTs) และกังหันลมแกนตั้ง (Vertical Axis Wind Turbines; VAWTs)

     กังหันลมแกนนอน เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนอยู่ในแนวขนานกับทิศทางลม กังหันลมแกนนอนไม่สามารถรับลมได้ทุกทิศทางจึงต้องปรับมุมของแกนเมื่อทิศทางของลมเปลี่ยน ทำให้มีอุปกรณ์ควบคุมการหันหน้าเข้าหาทิศทางลม กังหันลมนี้มีจำนวนใบพัดตั้งแต่ 1 ใบถึง 50 ใบ โดยจำนวนใบพัดจะขึ้นอยู่กับการใช้งาน กังหันลมที่มีจำนวนใบพัดน้อยทำให้มีความเร็วรอบสูงจึงเหมาะสำหรับผลิตไฟฟ้า หากกังหันลมมีจำนวนใบพัดมากทำให้มีความเร็วรอบต่ำแต่ให้แรงบิดมาก จึงนิยมใช้เป็นกังหันสูบน้ำ ปัจจุบันกังหันลมแกนนอนมีการออกแบบรูปร่างและใบพัดแตกต่างกัน เพื่อให้กังหันลมสามารถทำงานได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด 

 

 

     กังหันลมแกนตั้ง เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนอยู่ในแนวตั้งฉากกับทิศทางลม กังหันลมแกนตั้งสามารถรับลมได้ทุกทิศทางโดยไม่ต้องปรับมุมของแกนเมื่อทิศทางของลมเปลี่ยนจึงไม่มีอุปกรณ์ควบคุมการหันหน้าเข้าหาทิศทางลม กังหันลมนี้มีความสะดวกในการติดตั้งกังหันลมและอุปกรณ์ต่างๆ มากกว่ากังหันลมแนวนอน เพราะสามารถติดตั้งบนพื้นดินได้ ทั้งนี้กังหันลมแกนตั้งจะมีประสิทธิภาพต่ำกว่ากังหันลมแกนนอน โดยกังหันลมแกนนอนมีความสามารถในการเปลี่ยนกำลังจากลมเป็นกำลังของกังหันลมได้ดีกว่า จึงได้รับความนิยมในการใช้งานอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

 

การเลือกสถานที่ติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้า
     การติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าจำเป็นต้องพิจารณาเลือกสถานที่ให้สอดคล้องกับปัจจัย ดังต่อไปนี้

     1) ความเร็วลม สถานที่ติดตั้งกังหันลมควรอยู่ในบริเวณที่มีความเร็วลม ที่สม่ำเสมอ และต้องมีความเร็วลมเฉลี่ยเพียงพอที่จะทำให้กังหันลมผลิตไฟฟ้าหรือทำงานได้ตลอดปี หรือมีช่วงฤดูกาลที่มีความเร็วลมทำให้กังหันลมทำงานตามต้องการ เช่น ชายฝั่งทะเล ริมทะเลสาบ หรือเนินเขา
     2) สภาพแวดล้อม สถานที่ติดตั้งกังหันลมควรโล่งกว้าง ไม่มีสิ่งกีดขวางทิศทางลม เพราะจะทำให้ความเร็วลมต่ำ และจะส่งผลต่อกำลังลมที่กระทบใบพัด นอกจากนี้ควรเลือกสถานที่ติดตั้งกังหันลมให้อยู่ห่างไกลจากแหล่งชุมชน เนื่องจากการหมุนของกังหันลมจะเกิดเสียงดังรบกวน และอาจบดบังทัศนียภาพบริเวณใกล้เคียง
     สำหรับประเทศไทย การนำพลังงานลมมาใช้ผลิตไฟฟ้ายังไม่แพร่หลาย เนื่องจากความเร็วลมของประเทศมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่า 4 m/s โดยมีพื้นที่บางส่วนของประเทศเท่านั้นที่มีความเร็วลมเฉลี่ยค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 6 m/s ขึ้นไป ได้แก่ บริเวณเทือกเขาสูงของภาคตะวันตกและภาคใต้ พ้นที่บางส่วนบริเวณรอยต่อระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนอ บริเวณรอยต่อระหว่างภาคตะวันออกกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และชายฝั่งบางส่วนของภาคใต้

 
วีดิทัศน์เรื่อง พลังงานลม