เนื้อหา

     ในการปลูกข้าว ชาวนาต้องมีการคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่จะปลูกให้ได้พันธุ์ข้าวที่ได้ผลผลิตสูง ทนต่อโรคพืชและแมลง ให้ผลผลิตสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด ในพื้นที่ส่งเสริมของโรงสีข้าวมูลนิธิชัยพัฒนา ชาวนาจะได้รับการส่งเสริมให้ปลูกข้าวพันธุ์ข้าวหอมปทุมซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ดี ราคาสูงมีความต้องการในการบริโภคมาก โครงการโรงสีข้าวมูลนิธิชัยพัฒนาจะส่งเสริมชาวนาที่อยู่ในโครงการตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ข้าว การทำนาในขั้นตอนต่าง ๆ ควบคุมการใส่ปุ๋ย การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ไปจนถึงกำหนดเวลาในการปลูกข้าวและการเก็บเกี่ยวเพื่อนำข้าวเปลือกส่งโรงสีได้อย่างต่อเนื่อง

ภาพจาก https://tudpichatatar.wordpress.com

คำถาม เหตุใดจึงต้องมีการกำหนดเวลาในการเริ่มปลูกข้าวและกำหนดเวลาเก็บเกี่ยวของเกษตรกรแต่ละราย

     เมื่อชาวนาเก็บเกี่ยวข้าว ในอดีตเป็นการทำด้วยมือทั้งสิ้น การเกี่ยวข้าวจะใช้วิธีลงแขกโดยใช้เคียวเกี่ยวทั้งรวงข้าวและใบข้าวที่เรียกว่าฟางข้าวมัดรวมกันเป็นฟ่อน แล้วจึงนำมาฟาดด้วยแรงคนให้เมล็ดข้าวเปลือกหลุดจากรวงข้าว หรือนำมากองในลานแล้วให้วัวหรือควายเดินย่ำจนเมล็ดข้าวเปลือกหลุดออกจากรวง

  
 ภาพจาก http://www.muangboranjournal.com/    ภาพจาก http://2g.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/

 

     ข้าวเปลือกที่ได้จะถูกนำไปตากแดดเพื่อลดความชื้น แล้วจึงนำไปเก็บในยุ้งข้าวเพื่อนำไปสีหรือตำให้เป็นข้าวสารต่อไป
     ปัจจุบันชาวนามักใช้เครื่องทุ่นแรงเก็บเกี่ยวข้าวแทนการเก็บเกี่ยวด้วยแรงงานคนเหมือนในอดีต โดยใช้รถเกี่ยวข้าว ที่สามารถเกี่ยวและนวดข้าวได้ข้าวเปลือกบรรจุกระสอบให้เสร็จในคราวเดียวโดยใช้เวลาสั้นมากทั้งยังแยกฟางข้าวออกให้ด้วย จึงไม่ค่อยได้เห็นการลงแขกเกี่ยวข้าวและการนวดข้าวด้วยแรงคนอีกนอกจากในบางพื้นที่ซึ่งปลูกข้าวเป็นแปลงเล็ก ๆ เท่านั้น

ภาพจาก http://www.kasetporpeang.com/

     เนื่องจากข้าวเปลือกที่ได้ ชาวนามักจะนำไปขายให้โรงสีเป็นส่วนใหญ่ ข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวได้ใหม่ ๆ จะมีความชื้นอยู่ด้วยเสมอ ความชื้นในข้าวเปลือกจะทำให้ข้าวเปลือกมีน้ำหนักสูงขึ้นและเกิดมอดหรือแมลงกัดกินข้าวเปลือกได้ง่าย ดังนั้นเมื่อชาวนานำข้าวเปลือกไปขายให้โรงสีจึงต้องมีการวัดความชื้นในข้าวเปลือกด้วยเครื่องวัดความชื้นก่อน การวัดความชื้นในเมล็ดข้าวเปลือกมีความสำคัญอย่างมากเพราะปริมาณความชื้นในเมล็ดข้าวเปลือกมีผลต่อน้ำหนัก คุณภาพการสี และการเก็บรักษา ในการรับซื้อข้าวเปลือก โรงสี ท่าข้าว สหกรณ์การเกษตร และตลาดกลางการเกษตร จะพิจารณาตรวจสอบน้ำหนัก ความชื้นสิ่งเจือปนและคุณภาพข้าวอื่นๆ เพื่อกำหนดราคารับซื้อ (http://www.sangchaimeter.com/)
     ถ้าข้าวเปลือกมีความชื้นเกินขอบเขตที่เหมาะสมสำหรับการสีหรือการเก็บรักษาก็จะหักลดราคาหรือหักลดน้ำหนักข้าวเปลือกที่นำมาขายเพราะผู้ซื้อหรือโรงสีจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการลดความชื้นข้าวเปลือกที่ซื้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการสีหรือการเก็บรักษาและเสียน้ำหนักข้าวเปลือกที่ซื้อไปในการลดความชื้น โดยข้าวเปลือกที่มีความชื้นและมีสิ่งเจือปนไม่เกิน 2% จะหักลดน้ำหนักข้าวเปลือกในอัตราส่วนต่อ 1,000กิโลกรัม ดังนี้
     - ความชื้นไม่เกิน 15% ไม่ให้มีการหักลดน้ำหนัก
     - ความชื้นเกิน 15%  แต่ไม่เกิน 16%  ให้หักลดน้ำหนักได้ไม่เกิน 15 กิโลกรัม
     - ความชื้นเกิน 16%  แต่ไม่เกิน 17%  ให้หักลดน้ำหนักได้ไม่เกิน 30 กิโลกรัม
     - ความชื้นเกิน 17%  แต่ไม่เกิน 18%  ให้หักลดน้ำหนักได้ไม่เกิน 45 กิโลกรัม
     - ความชื้นเกิน 18%  แต่ไม่เกิน 19%  ให้หักลดน้ำหนักได้ไม่เกิน 60 กิโลกรัม
     - ความชื้นเกิน 19%  แต่ไม่เกิน 20%  ให้หักลดน้ำหนักได้ไม่เกิน 75 กิโลกรัม
     - ความชื้นเกิน 21%  แต่ไม่เกิน 22%  ให้หักลดน้ำหนักได้ไม่เกิน 90 กิโลกรัม
     - ความชื้นเกิน 22%  แต่ไม่เกิน 23%  ให้หักลดน้ำหนักได้ไม่เกิน 105 กิโลกรัม
     - ความชื้นเกิน 23%ขึ้นไป ให้หักลดน้ำหนักเปอร์เซ็นต์ความชื้นละไม่เกิน 15 กิโลกรัม
     เมื่อวัดความชื้นและตกลงราคาต่อ 1,000 กิโลกรัม (1 ตัน) ได้แล้วจึงจะนำข้าวเปลือกไปชั่ง โดยใช้วิธีชั่งข้าวเปลือกทั้งคันรถบนเครื่องชั่ง จากนั้น นำข้าวเปลือกไปเทลงในหลุมรับข้าวเปลือกแล้วนำรถเปล่าไปชั่งอีกครั้งหนึ่ง นำค่าที่อ่านได้ทั้งสองครั้งมาลบกัน จะได้น้ำหนักข้าวเปลือก

     คำถาม  การชั่งน้ำหนักมาก ๆ เช่นรถบรรทุกข้าวเปลือกทั้งคัน จะใช้อุปกรณ์ใดในการชั่ง

     เครื่องชั่งน้ำหนัก เว็บไซต์ http://archive.wunjun.com/ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องชั่งน้ำหนักขนาดมาก ๆ ไว้ดังนี้ ปัจจุบันเครื่องมือวัดน้ำหนักที่นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมคือโหลดเซลล์ (Load Cell) แบบสเตรนเกจ (Strain Gage) ซึ่งวิวัฒนาการของโหลดเซลล์ เริ่มขึ้นจากการคิดค้นวงจร ไฟฟ้าของ เซอร์ชาลส์ วีทสโตน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ที่เหมาะสำหรับใช้วัดการเปลี่ยนแปลงความต้านทานที่เกิดขึ้น จากความเครียด (strain) ซึ่งเกิดจากแรงกดหรือสเตรนเกจ โดยอาศัยวงจรไฟฟาเพื่อเปลี่ยนคาความเครียดที่วัดได้เปนคาทางไฟฟา การเปลี่ยนแปลงความตานทานทางไฟฟาของโลหะจะเกิดขึ้นเมื่อโลหะนั้นถูกแรง เช่นน้ำหนักของวัตถุกระทําต่อโลหะหรือสารกึ่งตัวนำ เมื่อความต้านทานไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงจะมีผลให้กระแสไฟฟ้าและความต่างศักย์เปลี่ยนแปลงด้วย จึงสามารถนำค่าความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงที่วัดได้แสดงเป็นค่าน้ำหนักของวัตถุที่กดบนเครื่องชั่งในรูปของตัวเลขได้

วิดีทัศน์เรื่องข้าวเปลือกเข้าโรงสี