เนื้อหา

     จากเว็บไซต์ http://www.chaipat.or.th/ ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความเป็นมาของโรงสีข้าวมูลนิธิชัยพัฒนาไว้ว่า เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2551 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชานุมัติให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับกระทรวงพลังงานและเครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินการโครงการศูนย์สาธิตและพัฒนาพลังงานทดแทนจากข้าวครบวงจร ในบริเวณพื้นที่ของมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลลาดบัวหลวง อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจัดตั้งระบบโรงสีข้าวชุมชน เพื่อรองรับกิจกรรมการส่งเสริมการผลิตข้าวแบบลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ในพื้นที่สาธิตการทำนาของมูลนิธิชัยพัฒนา รวมทั้งเป็นตัวอย่างพร้อมถ่ายทอดความรู้ในการแปรรูปข้าว และการบริหารจัดการธุรกิจข้าวของชุมชนอย่างเป็นระบบ การเพิ่มมูลค่าผลผลิต และการนำวัสดุเหลือใช้ เช่น แกลบจากโรงสีข้าวไปผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าและการผลิตน้ำมันรำ เป็นต้น

   

      สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาจึงได้จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการศูนย์สาธิตและพัฒนาพลังงานทดแทนจากข้าวครบวงจร(การผลิตข้าวครบวงจร)ให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ในระยะแรกทำการสีข้าวเปลือกวันละ 2 ตันเพื่อนำข้าวที่ผลิตได้ทั้งข้าวสารและข้าวกล้องบรรจุถุงจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปภายใต้ตราสินค้า “ภัทรพัฒน์” โดยมีข้าวส่งขายประมาณเดือนละ 20,000 กิโลกรัม ซึ่งการดำเนินงานสามารถเข้าสู่จุดคุ้มทุนภายในระยะเวลา 5 ปี เริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2553 เป็นต้นมา โครงการดังกล่าวได้มีการติดตั้งเครื่องจักรต่าง ๆ ประกอบด้วย จุดรับข้าวเปลือก ไซโล โรงสีข้าวชุมชน CP-R 1000  เครื่องผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล (Gasifier)  พร้อมตัวอาคารประกอบ เครื่องอบลดความชื้นข้าวเปลือกและเครื่องหีบน้ำมันรำ
     โรงสีข้าวมูลนิธิชัยพัฒนา นอกจากจะทำหน้าที่หลักคือการสีข้าวแล้ว ที่นี่ยังมีขั้นตอนการจัดการข้าวอย่างมีระบบ โดยนำวัสดุเหลือใช้จากทุกขั้นตอนมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า “Zero Waste Hundred Used” ซึ่งทุกกระบวนการผลิตจะนำเอาสิ่งที่เหลือใช้จากกระบวนการการสีข้าวไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น นำข้าวหักและปลายข้าวไปทำผลิตภัณฑ์โจ๊กสำเร็จรูป นำรำข้าวไปหีบทำเป็นน้ำมันรำข้าวบริสุทธิ์ นำแกลบไปเข้าระบบ Gasification เพื่อให้ได้แก๊สไปใช้ในการเดินเครื่องยนต์และผลิตไฟฟ้านำกลับมาใช้ในโรงงาน และนำขี้เถ้าแกลบไปใช้ผสมกับดินเพื่อใช้ในการเพาะปลูก เรียกได้ว่าจะไม่มีสิ่งเหลือใช้ที่ไร้ประโยชน์ในโรงสีข้าวแห่งนี้ ปัจจุบันโรงสีข้าวมูลนิธิชัยพัฒนาสามารถรองรับข้าวเปลือกในบริเวณพื้นที่อำเภอลาดบัวหลวงและในเขตอำเภอใกล้เคียงของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตลอดจนอำเภอต่างๆ ของจังหวัดใกล้เคียง เข้าสู่โรงสีได้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ไร่ สามารถสีแปรรูปข้าวได้วันละ 24 ตัน ผลิตไฟฟ้าได้ 200 กิโลวัตต์ชั่วโมง


วิดีทัศน์เรื่องโรงสีข้าวมูลนิธิชัยพัฒนา