เนื้อหา

     ประเทศไทยมีการขุดและนำแร่ดีบุกขึ้นมาใช้ประโยชน์นานหลายร้อยปีมาแล้ว ในสมัยทราวดี-ศรีวิชัย พบหลักฐานว่ามีวัตถุที่ผลิตจากดีบุกบางส่วน ต่อมาในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ฮอลันดาได้สัมปทานให้มีสิทธิรับซื้อดีบุกในเขตชุมพร ไชยา บ้านดอน และกาญจนดิษฐ์ ส่วนฝรั่งเศสได้สัมปทานที่ภูเก็ต จากบันทึกหลักฐานของจอห์น ครอเฟิด กล่าวว่า "...เหมืองดีบุกที่เกาะถลาง กระแสแร่มักจะปะปนกับเศษหินแกรนิตและหินเขี้ยวหนุมาน อยู่ใต้พื้นดินลงไปราว 10 -30 ฟุต และอยู่บนชั้นดินเหนียว สีขาวๆ ฟรานซิส ไลท์ เจ้าเมืองเกาะหมากคนแรก และเป็นเพื่อนของพระยาถลาง กล่าวในรายงานฉบับหนึ่งว่า ดีบุกที่ขุดได้ในเกาะถลางเมื่อ ค.ศ.1787 มีจำนวน 4,000 หาบ หรือ 238 ตัน สมัยท้าวเทพสตรี ท้าวศรีสุนทรซึ่งเป็นผู้ที่ชาวเกาะถลางรู้จักมักคุ้น และให้ความเคารพนับถือ ทำการค้าขายข้าวกับ ฟรานซิส ไล้ท์ โดยชำระกันด้วยแร่ดีบุก เพราะเมืองถลางอุดมไปด้วยแร่ดีบุก ... “

     ในสมัยรัชกาลที่ 4 การทำเหมืองแร่ดีบุกขยายตัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะมีคนจีนอพยพมาทำเหมืองในภูเก็ต พังงา ระนอง ตะกั่วป่ากันมาก แร่ดีบุกได้มาบทบาทมากขึ้น คือ แทนที่จะส่งไปขายเป็นดีบุก หรือเอามาผสมหล่อพระอย่างแต่ก่อน กลับเอามาใช้เป็นเงินตราในพ.ศ.2405 ฯลฯ ต่อมาในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เกิดการปฏิวัติครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ในพ.ศ.2488 เมื่อนาย Captain Edwardt. Miles ได้นำเรือขุดมาทดลองขุดแร่ดีบุกจากทะเลเป็นลำแรก เมื่อ พ.ศ.2450 แหล่งแร่ดีบุกที่สำคัญจะอยู่ทางภาคใต้ของประเทศ การขุดแร่ดีบุกยังมีในประเทศพม่า มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งมีปริมาณแร่ดีบุกอยู่สูง ทำให้ประเทศเหล่านี้รวมทั้งประเทศไทย เป็นแหล่งดีบุกที่สำคัญของโลกเรียกว่า The Southeast Asian Tin Belt ผลิตดีบุกได้รวมกันประมาณ 50% ของโลก

     ประเทศไทยเคยเป็นแหล่งผลิตดีบุกที่สำคัญของโลก แต่นับจาก พ.ศ. 2528 เป็นต้นมา ก็ประสบปัญหาการผลิตดีบุกจากประเทศจีนออกมาล้นตลาดทำให้ราคาดีบุกตกลงอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา เช่น การผลิตพลาสติก ทำให้กระป๋องดีบุกลดปริมาณการใช้ลงไป การทำเหมืองดีบุกจึงซบเซาลง แต่ภาคใต้ของประเทศยังมีแหล่งแร่ดีบุกอยู่อีกมาก เพียงแต่รอให้ราคาดีบุกขึ้นเพื่อความคุ้มค่าแก่การลงทุนจะสามารถเปิดเหมืองได้อีก

     นอกจากในภาคใต้แล้ว แร่ดีบุกยังมีอยู่ทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และในเขตภาคกลางของประเทศไทย เช่น ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และเพชรบุรี เป็นต้น แต่ขณะนี้ เหมืองแร่ดีบุกทุกแห่งได้หยุดดำเนินการ ยกเว้น เหมืองแร่ดีบุกที่หมู่ 5 ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่เพียงแห่งเดียวที่ยังดำเนินการขุดแร่อยู่

     เหมืองแร่ดีบุกที่ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเหมืองแร่ดีบุก- ชีไลต์ โดยมีทั้งแร่ดีบุกและแร่ชีไลต์ปนกันอยูในหินผุ เริ่มมีการผลิตแร่เมื่อปี พ.ศ. 2501 โดยองค์การเหมืองแร่ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของกรมโลหะกิจ (ปัจจุบันคือกรมทรัพยากรธรณี) ในปี พ.ศ. 2524 ซึ่งเป็นยุคเฟื่องฟูของแร่ดีบุกนั้น มีแปลงประทานบัตรการทำเหมืองแร่ดีบุกรวมถึง 16 แปลง มีเนื้อที่ทั้งหมด 3,944 ไร่ หลังจากเกิดวิกฤติการณ์ราคาแร่ตกต่ำและความอุดมสมบูรณ์ของแร่ลดลง ทำให้ปริมาณพื้นที่ทำเหมืองลดลงด้วย ปัจจุบันเหมืองแร่แห่งนี้ดำเนินการโดยบริษัทเชียงใหม่ ทิน ทังสเตน จำกัด ในพื้นที่สัมปทานเพียง 2 แปลง เท่านั้น

วิดีทัศน์ เรื่อง เหมืองแร่ดีบุกบ้านบ่อแก้ว