เนื้อหา

     ภายหลังจากที่เราดาวเทียมเริ่มทำการถ่ายภาพนั้น ภาพถ่ายจากดาวเทียมที่ได้จะประกอบด้วยจุดภาพเล็กๆ(Pixel) ต่อเรียงกันเป็นเส้น (Line) หรือบรรทัด  บรรทัดหนึ่งๆ จะมีจำนวนจุดภาพเท่าใดนั้น  ก็ขึ้นอยู่ว่าข้อมูลได้มาจากดาวเทียมและระบบการบันทึกภาพอย่างไร  โดยทั่วไปแล้วการแปลตีความภาพถ่ายดาวเทียมจะมุ่งเน้น  ที่การตีความหมายของกลุ่มจุดภาพ  (Group of pixel) ที่รวมกันอยู่   ซึ่งอาจแสดงรูปร่างที่มีขนาด (Size and Shape) แตกต่างกัน ตลอดจนความแตกต่างกันในเรื่องของระดับสีหรือสี (Tone or Color) ลักษณะเนื้อภาพ (Texture) รูปแบบการจัดเรียงตัวของวัตถุ (Pattern or Structure) และความแน่นทึบที่ต่างกัน ดังนั้นการแปลภาพด้วยสายตาจึงมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบที่กล่าวมา เพื่อให้การแปลตีความภาพถ่ายดาวเทียมด้วยสายตา มีความถูกต้องแม่นยำมากที่สุด

         

 

     การแปลความหมายจากดาวเทียม เป็นการวิเคราะห์และแปลความหมายภาพจากดาวเทียมสำรวจทรัพยากรแบ่งได้เป็น 2 วิธีการ คือ การแปลตีความภาพด้วยสายตาและการวิเคราะห์ข้อมูลภาพด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งในที่นี้จะขอกล่าวแต่เฉพาะการแปลข้อมูลจาดาวเทียมด้วยสายตา ซึ่งการแปลความหมายจากข้อมูลภาพดาวเทียมด้วยสายตาเป็นวิธีการแปลความหมายจากข้อมูลภาพโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ การจำแนกข้อมูลวิธีนี้ มักจะประมวลและตีความข้อมูลที่ ได้จากภาพถ่ายทางอากาศหรือภาพดาวเทียมเข้ากับข้อมูลอื่นๆ เช่น ข้อมูลที่ ได้จากการสำรวจภาคสนาม หรือแผนที่ การใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นต้น ผู้ที่สามารถแปลตีความภาพได้ดีนั้นจะต้องอาศัยความรู้หลายสาขาวิชาเข้ามาเกี่ยวข้อง  เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ตีความและวินิจฉัย  อาทิเช่น  ภูมิศาสตร์ เกษตร ธรณีวิทยา เป็นต้น  ซึ่งผู้แปลตีความที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้

     1. ความรู้ภูมิหลัง (Background)  ถ้าผู้แปลตีความมีความรู้และประสบการณ์ในด้านนั้นอยู่ แล้วย่อมจะได้เปรียบผู้อื่นที่มาจากสาขาอื่น

     2. ความสามารถทางสายตา  (Visual Acuity) เป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งของผู้แปล  ไม่เป็นผู้พิการทางสายตา เช่น ตาบอด ตาบอดสี เนื่องจากการแปลตีความจำเป็นต้องอาศัยความสามารถทางด้านสายตาเป็นองค์ประกอบ เพราะต้องพิจารณารายละเอียดที่ ปรากฏในภาพ ลักษณะของเนื้อภาพ (Texture) ความเข้ม/สี  (Tone/Color) ผู้ที่มีสายตาดีย่อมสามารถจำแนกพื้นที่ได้ดีกว่า

     3. ความสามารถของจิตใจ (Mental Acuity) มีความสัมพันธ์กับภูมิหลังและประสบการณ์  การเป็นคนใจเย็น รอบคอบ ชอบสังเกต จะทำให้สามารถแปลตีความได้ดี

     4. ประสบการณ์ (Experience) ผู้แปลตีความที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับลักษณะสภาพแวดล้อมหรือลักษณะภูมิประเทศ ในพื้นที่หรือบริเวณที่ทำการแปลตีความจะช่วยให้สามารถแปลตีความและวินิจฉัยสิ่งที่ปรากฏในภาพได้ดีกว่าผู้ที่ไม่มีประสบการณ์

     ดังนั้นหลักในการแปลตีความข้อมูลภาพดาวเทียมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากที่สุด ควรดำเนินงานตามขั้นตอน ดังนี้

          1) แปลตีความจากสิ่งที่เห็นชัดเจน  เข้าใจและวินิจฉัยง่ายที่สุดไปหายากที่สุด (Easy to difficulty)  เพื่อ หลีกเลี่ยงความรู้สึกท้อใจเบื่อหน่ายในการแปลตีความ โดยสิ่งที่ยากและสงสัยควรแปลตีความในภายหลัง

          2) แปลตีความจากสิ่งที่คุ้นเคยหรือพบเห็นในชีวิตประจำวันหรือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวก่อน  แล้วลงมือแปลสิ่งที่คุ้นเคยน้อยภายหลัง (Around to far) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความรู้พื้นฐานของผู้แปลตีความ

          3) แปลตีความจากกลุ่มใหญ่ก่อน  แล้วจึงพิจารณาแยกรายละเอียดในแต่ละประเภท  ซึ่งเรียกว่าแปลตีความ จากหยาบไปหาละเอียด (Zone to Sub-Zone) ควรเริ่มจากประเภทการใช้ที่ดินระดับ I (level I) เช่น พื้นที่อยู่อาศัย, พื้นที่ทำการเกษตร, พื้นที่ป่าไม้และแหล่งน้ำ แล้วจึงจำแนกออกเป็นการใช้ที่ดินระดับII (level II) เช่น จำแนกพื้นที่ทำการเกษตรออกเป็นนาข้าว พืชไร่ และพืชสวน หลังจากนั้นจึงจำแนกออกเป็นระดับIII (level III) เช่น จำแนกพืชสวนออกเป็น เงาะ ทุเรียน มะม่วง ต่อไป

          4) แปลตีความเรียงลำดับเป็นระบบให้ครบวงจร (Complete cycle) ในแต่ละประเภท ไม่ควรสลับไปมาปะปนกัน  เพราะจะทำให้รายละเอียดของข้อมูลไม่ต่อเนื่องกัน หรืออาจจะขาดหายไปได้

          5) แปลตีความโดยใช้ปัจจัยหรือข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันอันเป็นพื้นฐานที่จะวินิจฉัยข้อมูลได้อย่างถูกต้อง (Data association)  เช่น  การแปลตีความของแหล่งน้ำ  ซึ่งมีวัตถุประสงค์สร้างไว้เพื่อการเพาะปลูกจะมีความสัมพันธ์กับพื้นที่ต้องการน้ำ  เช่น หากเป็นที่เนินพื้นที่รับน้ำควรเป็นพืชสวน หากเป็นพื้นที่ราบพื้นที่รับน้ำ ควรจะเป็นนาข้าว  หรือพืชผักสวนครัว  เป็นต้น  ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการสร้างอ่างเก็บน้ำ

     ดังนั้นการแปลตีความภาพจากดาวเทียม  หรือการใช้ภาพจากดาวเทียม เพื่อช่วยในการสำรวจด้านต่างๆ เช่น  ด้านการใช้ที่ดิน  การหาพื้นที่ป่าไม้  การหาพื้นที่ เกษตรกรรม และการสำรวจแหล่งแร่ เป็นต้น จะเอื้ออำนวยให้การสำรวจด้านนั้น ๆ สะดวกรวดเร็วขึ้น  การแปลตีความที่มีคุณภาพดีจะทำให้การสำรวจนั้นถูกต้องแม่นยำขึ้นด้วย ข้อมูลที่ได้รับจากภาพดาวเทียม เมื่อทำการวิเคราะห์แปลตีความแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

          - ข้อมูลทางด้านปริมาณ (Quantitative Information) เป็นข้อมูลที่ผู้แปลสามารถนับจำนวน วัดหาระยะทาง หรือพื้นที่ออกมาเป็นตัวเลขได้จากการแปลตีความภาพถ่ายจากดาวเทียม

          - ข้อมูลทางด้านคุณภาพ (Qualitative Information) การที่ภาพหนึ่งครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง และมองเห็นได้กว้างไกล (Synoptic view) ทำให้ได้ข้อมูลแบบกว้าง (Macro detail) ซึ่งข้อมูลในลักษณะนี้ จะเป็นที่ ต้องการและเหมาะสมในงานบางประเภท เช่น การวางแผนระดับภาค ซึ่งต้องการรายละเอียดแบบกว้างๆ และสามารถทำได้รวดเร็วโดยการใช้ข้อมูลจากดาวเทียม นอกจากนี้ลักษณะภูมิประเทศหลายประเภทที่ ไม่สามารถบ่งบอกได้ หากไม่พิจารณาดูแบบกว้าง ภาพจากดาวเทียม  การแปลตีความเพื่อให้ได้มาซึ่งเป็นข้อมูลทางด้านคุณภาพ เช่น การศึกษาลักษณะภูมิประเทศ(Landscape) รูปแบบลำน้ำ (Drainage pattern) หรือ ธรณีสัณฐาน (Geomorphology)  เป็นต้น  การแปลตีความภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นหนึ่งในวิธีการเพื่อให้ได้แผนที่ เฉพาะเรื่อง(Thematic map) ด้วยเช่นกัน

     จากที่กล่าวมาข้างต้นจะพบว่าการแปลข้อมูลจากดาวเทียมจะช่วยให้ผู้นำข้อมูลไปใช้ในแต่ละสถานการณ์เข้าใจในรายละเอียดที่ได้จากภาพถ่ายดาวเทียมมากขึ้น ดังเช่นตัวอย่างกรณี การใช้ข้อมูลจากดาวเทียมในการประเมินความเสียหายจากอุทกภัย ปี 2553 ซึ่งช่วยทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการจัดเตรียมสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นต้น


วีดิทัศน์ เรื่องการแปลข้อมูลจากดาวเทียม