เนื้อหา


 

     สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA เริ่มต้นมาจากการที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการ NASA ERTS-1 ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของโลก เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2514 ภายใต้การดำเนินงานของโครงการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติด้วยดาวเทียม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ  โดยทำหน้าที่ประสานงาน จัดหาข้อมูลดาวเทียม ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนจัดหาทุนฝึกอบรม ดูงาน และการประชุม ทั้งระดับประเทศและนานาชาติ ด้วยผลสำเร็จของโครงการ จึงได้มีการเปลี่ยนสถานภาพโครงการฯ เป็นหน่วยงานระดับกองชื่อ กองสำรวจทรัพยากรธรรมชาติด้วยดาวเทียม ในปี พ.ศ.2522 และในปี พ.ศ.2525 ได้ดำเนินการจัดตั้งสถานีรับสัญญาณดาวเทียมขึ้นที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร นับเป็นสถานีรับสัญญาณแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อปี พ.ศ. 2541 รัฐบาลมีนโยบายปฏิรูประบบราชการเพื่อให้การทำงานคล่องตัวขึ้น จึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ.2542 และด้วยความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีด้านการสำรวจข้อมูลระยะไกลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ ในปี พ.ศ.2543 กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่โดยรวมกองสำรวจทรัพยากรธรรมชาติด้วยดาวเทียม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และฝ่ายประสานงานและส่งเสริมการพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ตามพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2543 ในนามของ " สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) " ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2543

      

     ในปัจจุบันสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) มีตัวย่อว่า "สทอภ." และมีชื่อภาษาอังกฤษ "Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (Public Organization) - GISTDA" เป็นหน่วยงานของรัฐในรูปแบบองค์การมหาชน ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารและดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบริการ ข้อมูลภูมิสารสนเทศ บริการวิชาการต่าง ๆ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยหน้าที่หลักของ GISTDA มีดังนี้

     1. ผลิต จัดหา รวบรวม วิเคราะห์ และจัดทำคลังข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจทรัพยากรและ ภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศ

     2. ให้บริการข้อมูล และให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศทั้งในประเทศและระดับสากล

     3. การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือและการให้บริการด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศใน ระดับสากลทั้งในและต่างประเทศ

     4. พัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการ การสร้างอุตสาหกรรมต่อเนื่อง การสร้างมูลค่าเพิ่ม และหารายได้โดยไม่แสวงหากำไรจากการบริการ (ทั้งด้านวิชาการและข้อมูล)

     5. พัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศทั้งในและต่างประเทศ

     6. วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศและระบบดาวเทียมสำรวจทรัพยากร

     7. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ 

GISTDA แบ่งสถานที่ตั้งของหน่วยงานออกเป็น 4 แห่ง ดังนี้

     1. สำนักงานใหญ่ (ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550) อาคารรวม หน่วยราชการ  (อาคารรัฐประศาสนภักดี) ชั้น 6 และชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

     2. สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (บางเขน) ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

     3. ศูนย์ดาวเทียมภาคพื้นดิน (ลาดกระบัง) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ถนนฉลองกรุง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

     4. สถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียม THEOS (ศรีราชา) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและ ภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

     โดยแต่ละแห่งจะมีภาระหน้าที่ในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียม THEOS (ศรีราชา) จะมีหน้าที่ด้านภารกิจนวัตกรรมอวกาศ ประกอบด้วยหน่วยงานย่อย คือ

     1. สำนักปฏิบัติการดาวเทียม ทำหน้าที่ในการควบคุมและรับสัญญาณของดาวเทียมไทยโชต ซึ่งข้อมูลที่ได้จะมีการทำคลังข้อมูลดาวเทียมทั้งรายละเอียดสูง ปานกลาง และต่ำ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล และผลิตเป็นแผนที่เฉพาะกิจ รวมทั้งดำเนินการจัดทำข้อมูลในลักษณะสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) โดยข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะถูกส่งไปยังสำนักงานใหญ่ (ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550)  เพื่อนำไปให้บริการแก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนภายในและนอกประเทศทั่วโลกต่อไป

     2. สำนักพัฒนาอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (Space Krenovation Park) มีหน้าที่สำคัญคือ ช่วยเติมเต็มศักยภาพการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการในด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศโดยตรง ซึ่งถือเป็นการนำข้อมูลสารสนเทศที่มีอยู่ อาทิ ข้อมูลภาพจากดาวเทียมส่งตรงจากเรดาร์ 6 ดวง ซึ่งมีการรายงานผลแบบเรียลไทม์ จากดาวเทียมเรดาร์ของประเทศอิตาลี 4 ดวง และสหรัฐอเมริกา 2 ดวง มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างคุ้มค่า

     อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศแห่งนี้มีลักษณะคล้ายกับอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย รังสิต ปทุมธานี คือเป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเข้ามาทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรม แต่เน้นไปในด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ   เช่น การนำข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมมาใช้ต่อยอดในงานวิจัย หรือการวางแผนบริหารจัดการองค์กร ซึ่งทางอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ จะมีพื้นที่ อุปกรณ์ และฐานข้อมูลรองรับการทำงาน รวมถึงบุคลากรที่ชำนาญด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศคอยให้คำปรึกษา นอกจากนี้อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นเวทีแสดงความเป็นมาด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อกระตุ้นให้เกิดจินตนาการแก่ผู้เข้าชม และบ่มเพาะผู้ประกอบการหน้าใหม่ภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันศึกษาต่างๆด้วย

     ปัจจุบัน สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) ให้บริการข้อมูลดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงต่าง ๆ ที่มีคุณลักษณะของข้อมูลหลายประเภท เช่น ดาวเทียม LANDSAT, SPOT, IRS, IKONOS, QUICKBIRD และ NOAA เป็นต้น โดยให้บริการใน 2 ลักษณะ คือ

      1. ผลิตภัณฑ์พื้นฐาน

          - ข้อมูลเชิงเลข (digital) สทอภ.ให้บริการในรูปแบบ CD-ROM และ DVD โดยใช้กับโปรแกรมทาง รีโมตเซนซิง ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง เน้นข้อมูล ผสมสี และซ้อนทับกับข้อมูล GIS อันเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ข้อมูล

          - ข้อมูลภาพในรูปแบบภาพพิมพ์ (paper print) มีมาตราส่วน 1:250,000, 1:50,000 จนถึง 1:4,000

     2. ผลิตภัณฑ์เพิ่มค่า

          - มีทั้งในรูปแบบข้อมูลเชิงเลขและภาพพิมพ์ เช่น ภาพโมเสกประเทศไทย, แผนที่ภาพถ่ายจากดาวเทียม (Image Map) ซึ่งนำข้อมูลจากดาวเทียมมาปรับแก้ไขให้มีความถูกต้องเชิงตำแหน่ง และซ้อนทับกับแผนที่ภูมิประเทศของกรมแผนที่ทหาร ภายใต้ความร่วมมือกับกรมแผนที่ทหาร

      นอกจากนี้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) ยังให้บริการข้อมูลทุ่น   สมุทรศาสตร์ ซึ่งเป็นข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาได้แก่ อุณหภูมิอากาศ, ความเร็วและทิศทางลม ฯ และข้อมูลด้าน สมุทรศาสตร์ ได้แก่ ความเร็วและทิศทางกระแสน้ำ, อุณหภูมิผิวหน้าทะเล เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้นทา สทภอ. ยังให้บริการจัดทำโครงการและให้คำปรึกษาในการนำข้อมูลดาวเทียม ข้อมูลสนเทศทางภูมิศาสตร์ รวมถึงการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการประยุกต์ต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ อีกด้วย


วีดิทัศน์ เรื่องความเป็นมาของ GISTDA