เนื้อหา

     หลังจากการเตรียมเนื้อดินสำหรับผลิตภัณฑ์เซรามิกส์แต่ละประเภทแล้ว ขั้นต่อไปคือ วิธีการขึ้นรูปเซอรามิกส์ ก่อนที่จะนำไปเผา  การขึ้นรูปแบ่งได้เป็น 3 แบบใหญ่ๆ ดังนี้คือ

1.การขึ้นรูปโดยอาศัยความเหนียวของดิน 
     เป็นวิธีการที่มนุษย์ใช้ในการผลิตเครื่องปั้นดินเผามานาน แบ่งเป็น 2 แบบดังนี้
          (1.1) การปั้นด้วยมือ เป็นวิธีปั้นที่อิสระ และสามารถทำผลิตภัณฑ์ได้ทุกรูปร่าง แต่ต้องอาศัยความชำนาญของผู้ปั้น ในปัจจุบันการปั้นด้วยมือมักใช้ปั้นเพื่อผลิตสินค้าเซรามิกส์แบบศิลปะ รวมถึงสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน การปั้นโอ่ง ที่ทำกันอยู่ที่จังหวัดราชบุรี

          (1.2) การปั้นด้วยแป้นหมุน เป็นวิธีปั้นที่สามารถขึ้นรูปได้อย่างรวดเร็ว มีข้อจำกัดที่ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ จะมีรูปร่างเป็นทรงกลม และรีเท่านั้น  ผลิตภัณฑ์ที่นิยมปั้นด้วยแป้นหมุน คือ ถ้วย จาน ชาม แจกัน และโอ่งขนาดเล็ก  วิธีการปั้นจะนำดินที่ผสมแล้ววางบนแป้นหมุน และหมุนด้วยมือ ด้วยเท้า หรือด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และใช้มือกดให้เป็นรูปร่างตามต้องการ  การขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนจะใช้เนื้อดินจะมีน้ำมากกว่าการขึ้นรูปด้วยมือ ทำให้วิธีการนี้ไม่สามารถขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ได้ เนื่องจากน้ำหนักของดินทำให้ส่วนล่างของรูปผลิตภัณฑ์ไม่สามารถรับน้ำหนักได้  ชามตราไก่ ของจังหวัดลำปาง เป็นผลิตภัณฑ์เซรามิกส์ ที่ผลิตโดยการขึ้นรูปโดยแป้นหมุน

      
การปั้นโอ่ง (ขึ้นรูปด้วยมือ) นำเนื้อดินที่หมัก มานวดเพื่อไล่อากาศ และปั้นเป็นเส้น
  
เริ่มจากการปั้นโอ่งบริเวณฐาน

 

  
นำเส้นดิน แปะต่อจากฐานวนขึ้น สู่ด้านบน
  
 ตบแต่งให้เรียบเสมอ และปรับความหนาให้เท่ากัน

 

      
นำดินมาวางไว้บนแป้นหมุนไฟฟ้า (การขึ้นรูปด้วยมือโดยใช้แป้นหมุน)
   
ช่างปั้นจะใช้มือ กดดินที่หมุนเบาๆ ให้เป็นรูป

 

   
ความชำนาญในการใช้มือกด และประครองดิน เข้าจังหวะกับการหมุน จะทำให้ดินเปลี่ยนรูปร่าง

 

        
การเพิ่มความสูงของดินปั้น และแต่งผิวให้เรียบ หนาเท่ากัน พร้อมๆกับทำให้มีสมมาตร
  
รูปทรงคล้ายไหน้ำปลา แต่ปรับให้เป็นโถประดับภายนอก และภายในอาคาร


วีดิทัศน์เรื่อง กระบวนการขึ้นรูปด้วยมือ

 

2.การขึ้นรูปโดยการเทแบบ
     วิธีการขึ้นรูปแบบนี้ ต้องทำให้เนื้อดินเหลวข้น และไหลได้ เพียงพอที่จะเทลงแบบหล่อที่ทำจากปูนพลาสเตอร์ หรือทำจากวัสดุอื่นๆ  เนื้อดินในกรณีนี้จะเตรียมโดยการผสมดินที่บดละเอียด ประมาณ 70 % และน้ำ ประมาณ 30 – 40 % โดยน้ำหนัก นอกจากนี้ต้องเติมสารเคมีที่ช่วยทำให้ดินกระจายตัวดีในน้ำ (อาจใช้โซเดียม ซิลิเกต หรือแมกนีเซียม คลอไรด์) เรียกว่า น้ำดิน (slip)  การเตรียมน้ำดินนิยมเตรียมในหม้อบดละเอียด  เป็นการไม่ต้องเปลี่ยนภาชนะภายหลังจากการบดละเอียดเนื้อดินแล้ว

     โดยมากทางโรงงานมักจะทำแบบภาชนะสำหรับการหล่อขึ้นมาเอง โดยการออกแบบผลิตภัณฑ์ และสร้างแบบในการหล่อขึ้นมา แบบอาจเป็นแบบชิ้นเดียว หรือหลายชิ้นประกบกัน (การสร้างแบบหล่อจะไม่กล่าวถึงในเนื้อหาส่วนนี้)  ในกรณีที่เป็นแบบหล่อแบบต้องเทน้ำดินออก แบบหล่อจะทำจากปูนพลาสเตอร์ เนื่องจากหาง่าย ราคาถูก ปลอดภัย และวัสดุที่มีความพรุนสูง  ต้องทำความสะอาด ทำให้แบบแห้ง และทาแบบด้วยแป้งทัลค์ (ทัลค์ เป็นแร่ที่มีความแข็ง 1 มีสมบัติช่วยทำให้ลื่น เป็นส่วนประกอบหลักของแป้งโรยตัว) เพื่อให้แบบร่อนง่ายไม่ติดแบบ  หลังจากประกอบแบบเข้าด้วยกันให้แน่นและไม่ให้มีการรั่วซึม จะเทน้ำดินลงไปในแบบให้เต็ม นิยมเจาะรูเทน้ำดินไว้บริเวณส่วนฐานของผลิตภัณฑ์ เมื่อน้ำดินไหลลงไปในแบบน้ำที่อยู่ในน้ำดินจะซึมผ่านเข้าไปในรูพรุนที่มีอยู่ในแบบปูนพลาสเตอร์ ดินก็จะเริ่มพอกติดกับแบบเป็นรูปร่างของแบบนั้นๆ ช่างเทน้ำดินต้องสังเกตุน้ำดินไม่ให้ยุบตัว โดยการเติมน้ำดินให้เต็มแบบตลอดเวลา  ภายในแบบหล่อด้านใน ชั้นดินจะพอกหนามากขึ้นเมื่อปล่อยน้ำดินอยู่ในแบบนานขึ้น ขึ้นกับขนาดและความซับซ้อนของแบบ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที ในการปล่อยให้ดินพอกหนาประมาณ 3 – 5 มม.  เมื่อได้เวลาในการสร้างแบบตามความหนาที่ต้องการแล้ว จะทำการเทน้ำดินที่เหลือออกจากแบบ และตั้งแบบไว้ให้แห้งและหดตัวเล็กน้อยภายในแบบ  เมื่อแกะผลิภัณฑ์ออกจากแบบ ต้องทำการแต่งชิ้นงานให้เรียบร้อย ผึ่งตัวอย่างไว้ให้แห้ง ก่อนที่จะนำไปเข้าเตาเผา    

     การขึ้นรูปโดยการเทแบบ สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีโครงสร้างซับซ้อนได้ ตามแบบที่สร้างไว้ ผลิตภัณฑ์เซรามิกส์ ที่นิยมผลิตโดยการขึ้นรูปโดยใช้การเทแบบ คือโถส้วม อ่างล้างหน้า ถ้วย แจกัน และของที่ระลึกต่างๆ

    
นำแบบปูนพลาสเตอร์ที่แห้ง มาทำความสะอาดผิวด้านใน และโรยด้วยผงแป้ง เพื่อให้แกะแบบได้ง่าย
  
รูป 27 ประกบแบบหล่อให้สนิท รัดด้วยยาง (สีดำ) และใช้ดินเหนียวยาที่ขอบกันน้ำซึมออก

 

  
เทน้ำดิน (น้ำสลิพ) ลงไปในรูที่เจาะไว้ (รูมักเจาะบริเวณฐานของรูปแบบที่จะหล่อ)
    
เทน้ำดินให้เต็ม หลังจากนั้นทิ้งแบบไว้ หากน้ำดินยุบต้องเติมให้น้ำดินเต็มแบบตลอดเวลา

 

      
น้ำดินยุบ เนื้องจากน้ำในน้ำดินซึมผ่านแบบด้านใน
     
หลังจากตั้งแบบไว้ในเวลาที่จะได้ชิ้นงานที่มีความหนาเหมาะสม ช่างหล่อจะนำแบบมาเอียงเทน้ำดินที่เหลือออกจากแบบ

 

    
ช่างหล่อเทน้ำดินจากแบบจนหมด
   
หลังจากชิ้นงานแห้งพอดี เมื่อแกะแบบจะได้ชิ้นงานที่ยังชื้นอยู่

 

      
ชิ้นงานที่แกะจากแบบ นำมาตั้งเรียง ก่อนนำไปตบแต่งให้เรียบ
 
การตบแต่งชิ้นงาน

 

      
ชิ้นงานที่ขึ้นรูปด้วยการหล่อ นำมาตากเรียงกันก่อนนำไปเผา
   
ชิ้นงานที่ได้จากการหล่อแบบ



วีดิทัศน์เรื่อง กระบวนการขึ้นรูปแบบใช้แม่พิมพ์หรือแบบหล่อ

 

3.การขึ้นรูปโดยการอัด หรือการปั๊ม
     การอัดขึ้นรูปทำโดยการเตรียมเนื้อดินให้เป็นก้อนกลมเล็กๆ ทำได้โดยการบดเนื้อดินให้ละเอียดแบบเปียก และโปรยเนื้อดินดังกล่าวเข้าเตาอบ เพื่อให้ดินจับตัวเป็นก้อนกลมๆ มีความชื้นประมาณ 6 – 7 %  หลังจากนั้นนำเม็ดดินเทใส่ในแบบ และอัดด้วยเครื่องอัดความดันสูง หรือปั๊มให้เป็นแผ่น ก่อนที่จะนำไปเผาต่อไป  ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากการขึ้นรูปโดยการอัด ได้แก่ กระเบื้องปูพื้น และกระเบื้องปูผนัง