เนื้อหา

 

    

      เทคโนโลยีนิวเคลียร์นำมาใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ได้อย่างหลากหลายตามคุณลักษณะของรังสีและสารกัมมันตรังสีแต่ละชนิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการตรวจวินิจฉัย การรักษา การบรรเทาอาการเจ็บปวด รวมถึงการศึกษาวิจัยกระบวนการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย ซึ่งมีเทคนิคหรือวิธีการ 3 วิธี คือ รังสีวินิจฉัย รังสีรักษา และเวชศาสตร์นิวเคลียร์ 

     รังสีวินิจฉัย เป็นการนำรังสีที่มีสมบัติในการทะลุผ่านได้ดีมาส่องผ่านบริเวณของร่างกายที่ต้องการตรวจวินิจฉัยโรค รังสีจะทะลุผ่านบริเวณต่างๆ ของร่างกายได้แตกต่างกัน เมื่อใช้ฟิล์มเป็นฉากรับรังสีที่ทะลุผ่านออกมาจะปรากฎเป็นภาพของโครงร่าง อวัยวะ หรือเนื้อเยื่อ ซึ่งสายตามนุษย์ไม่อาจมองเห็นได้ ตัวอย่างเครื่องมือทางรังสีวินิจฉัย เช่น เครื่องเอกซเรย์สำหรับวินิจฉัยกระดูก วัณโรคปอด แผลในระบบทางเดินอาหาร เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับทำภาพถ่ายของอวัยวะแบบตัดขวางซึ่งจะได้ภาพสมจริงของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อนั้นในลักษณะภาพ 3 มิติ และเครื่องตรวจความหนาแน่นของกระดูกสำหรับดูความเสื่อมสภาพของกระดูก 

     รังสีรักษา เป็นการนำรังสีที่มีพลังงานสูงเพื่อหยุดยั้งการแบ่งเซลล์และทำให้เซลล์ที่เกิดขึ้นมาแล้วฝ่อยุบลงไป เช่น เนื้องอกและมะเร็ง มีรูปแบบการรักษา 2 รูปแบบ คือ การฉายรังสีสำหรับผู้มีเนื้องอกลึกลงไปในร่างกาย และการฝังสารกัมมันตรังสีสำหรับผู้มีเนื้องอกด้านนอกของร่างกาย เช่น บริเวณผิวหนัง หรืออวัยวะที่สามารถฝังต้นกำเนิดรังสีเข้าไปและนำออกมาได้ง่าย เช่น โพรงมดลูก

     เวชศาสตร์นิวเคลียร์ เป็นนำสารกัมมันตรังสีเพื่อติดตามการทำงานของอวัยวะและระบบต่างๆ ของร่างกายด้วยการฉีดหรือการกิน ซึ่งจะมีเภสัชรังสีหรือตัวนำพาสารกัมมันตรังสีไปยังอวัยวะที่ต้องการตรวจ แพทย์จะสามารถติดตามการเคลื่อนที่ของสารรังสีตั้งแต่เริ่มใช้ยาจนกระทั่งถูกขับออกจากร่างกายผ่านเครื่องวัดรังสี ทำให้ทราบการกระจายของสารรังสีในอวัยวะเป้าหมาย หากรังสีกระจายตัวไม่สม่ำเสมออาจมีความผิดปกติเกิดขึ้น  ตัวอย่างของการรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ได้แก่ การรักษาความผิดปกติของต่อมไทรอยด์โดยผู้ป่วยจะได้รับการบำบัดด้วยการกินแร่ เช่น ไอโซโทปรังสีของไอโอดีน เป็นต้น การรักษาโรคปวดข้อรูมาทอยด์ รวมถึงการบรรเทาอาการปวดของผู้ป่วยโรคมะเร็ง

   
ภาพอ้างอิงจาก  http://www.tint.or.th/



วีดิทัศน์ เรื่องเทคโนโลยีนิวเคลียร์กับการแพทย์