เนื้อหา

     การที่หมู่บ้านต้นโพธิ์ และหมู่บ้านไผ่หนอง ได้เป็นแหล่งตีมีด ผลิตมีดชนิดต่าง ๆ ที่ใหญ่และมีชื่อเสียงมามากกว่า 200 ปีไว้ดังนี้ 
     ชาวบ้านต้นโพธิ์และชาวบ้านไผ่หนอง  มีรกรากเป็นชาวเวียงจันทน์  ประเทศลาว ได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ประมาณช่วงต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ จะโดยถูกกวาดต้อนมาในสมัยเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกคราวยกทัพไปตีเมืองเวียงจันทน์ หรือจะเป็นการอพยพมาเองนั้น ไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจน เเต่มีหลักฐานบันทึกไว้ว่าเข้ามาโดยมีนายเทาเป็นผู้นำ (ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ขุนนราบริรักษ์”) ชาวเวียงจันทน์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีอาชีพทางช่าง มีช่างทำทองกับช่างตีเหล็ก คือ คนไหนเเข็งเเรงก็ได้ตีเหล็ก คนไหนอ่อนแอมีความละเอียดให้ตีทองคำเป็นเครื่องประดับ ต่อมาในราวพ.ศ.2365 อาชีพช่างทองก็ได้เลิกลาไป คงเหลือเเต่อาชีพตีมีดประเภทเดียว ชาวบ้านจึงยึดอาชีพตีมีดเป็นอาชีพหลัก  
     ภูมิประเทศของบ้านต้นโพธิ์และบ้านไผ่หนองในอดีต เหมาะต่อการประกอบอาชีพตีมีด เพราะเป็นดงไม้ไผ่ที่ขึ้นอยู่หนาเเน่น มีหนองน้ำและมีแม่น้ำป่าสักไหลผ่าน ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่สำคัญมากสำหรับช่างตีมีด เพราะไม้ไผ่สามารถนำมาเผาเป็นถ่านไม้ไผ่ เพื่อใช้เผาเหล็ก ถ่านไม้ไผ่จะให้ความร้อนสูงกว่าไม้ชนิดอื่น ต้นไผ่นอกจากใช้ทำบ้านเรือนที่อยู่อาศัยแล้ว ยังใช้ทำด้ามพะเนิน ด้ามค้อนเเละด้ามมีด ซึ่งช่างตีเหล็กต้องใช้อยู่เป็นประจำ  จึงตั้งรกรากลงในบริเวณนี้และตั้งชื่อบ้านของตนว่า “บ้านไผ่หนอง” ตามลักษณะภูมิประเทศ สำหรับบ้านต้นโพธิ์ คนเก่าคนเเก่เล่าว่า มีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่กลางหมู่บ้านจึงตั้งชื่อว่า “บ้านต้นโพธิ์” ปัจจุบันนี้ สภาพของหมู่บ้านก็ได้เปลี่ยนเเปลงไปตามความเจริญของเมือง ดงไม้ไผ่ที่เคยขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นก็โล่งเตียนกลายเป็นบ้านที่อยู่อาศัย ท้องไร่ท้องนา ส่วนหนองน้ำก็ตื้นเขินไปหมดเเล้ว

 

อ้างอิงจาก
จากเว็บไซต์ http://thai.tourismthailand.org/