เนื้อหา

     กระบวนการทางธรณีวิทยาหลักที่เกิดขึ้นจากทางน้ำ แบ่งออกได้เป็น 3 กระบวนการ กล่าวคือ
          1) การกร่อนจากทางน้ำ การกร่อนจากทางน้ำ เป็นการกระทำระหว่าง ทางน้ำ-ตะกอน กับวัสดุ (หิน-ดิน) ที่มันไหลผ่าน และระหว่างตะกอนต่างๆที่ทางน้ำพาไป แบ่งออกเป็น การขัดสี (การครูด-ถู-ไถล) การชน การกัดเซาะ และการกัดกร่อน การขัดสีเกิดขึ้นเมื่อทางน้ำพาตะกอนขนาดใหญ่ เคลื่อนที่ไถล กลิ้ง บริเวณพื้นท้องน้ำ และด้านข้างของทางน้ำ การชนเกิดขึ้นกับตะกอนที่มีขนาดเกรวดเล็ก – ขนาดทราย และขนาดทรายแป้ง  ตะกอนดังกล่าวจะเคลื่อนที่ไม่ต่อเนื่องในทางน้ำ ตะกอนขนาดดังกล่าวจะเคลื่อนที่ชนกันเอง และอาจชนกับตะกอนขนาดใหญ่ (ก้อนหินเหลี่ยมใหญ่) ทำให้ตะกอนมีความกลมมนมากขึ้น  ในกรณีที่กระแสน้ำมีการหมุนวนตะกอนเหล่านี้จะเคลื่อนที่ชนพื้นท้องน้ำ และด้านข้างของทางน้ำ ในรูปแบบของการเคลื่อนที่ของกระแสน้ำ ทำให้ตะกอนมีขนาดเล็กลง และมีความกลมมนมากขึ้น
 
     การกัดเซาะ เป็นแรงจากน้ำที่กระทำต่อวัสดุที่ทางน้ำไหลผ่าน เกิดขึ้นตลอดเวลา และเกิดขึ้นมากเมื่อทางน้ำเคลื่อนที่บริเวณคุ้งน้ำ และเมื่อน้ำไหลเข้าไปในรอยแตกขนาดเล็ก และช่องว่างในหิน  การกัดเซาะเป็นกระบวนการหลักทำให้ทางน้ำมีระดับลดต่ำลง เป็นการเปลี่ยนระดับในแนวดิ่ง และทำให้ทางน้ำมีการเคลื่อนที่ในด้านข้าง
 
 
     การกัดกร่อน (การละลาย) เกิดขึ้นเมื่อทางน้ำไหลผ่านหินที่สามารถทำปฎิกิริยา และหินที่ละลายน้ำได้ เช่น หินโดโลไมต์ หินอ่อน หินปูน หินเกลือจืด (ประกอบด้วยแร่ยิปซัม) และหินเกลือ(ประกอบด้วยแร่เฮไลต์) เป็นต้น

          2) การพา หรือการเคลื่อนที่ของตะกอนในทางน้ำ ความสามารถของทางน้ำที่จะเคลื่อนย้าย และทำให้เกิดการสะสมตัวของตะกอน ขึ้นกับ ความเร็วของกระแสน้ำ และชนิดของตะกอนที่ทางน้ำพามา ในช่วงฤดูน้ำหลาก หรือช่วงหน้าฝน สำหรับประเทศไทย  (แต่สำหรับเขตหนาวช่วงฤดูน้ำหลากคือช่วงฤดูร้อน) ปริมาณน้ำมาก มีความเร็วของกระแสน้ำสูงขึ้น และทำให้ทางน้ำมีความสามารถในการพาตะกอนได้มากขึ้น   ตะกอนที่เป็นของแข็ง และประจุต่างๆที่ละลายในน้ำ เรียกรวมว่า วัตถุนำพาของทางน้ำ สามารถเคลื่อนที่ได้ 3 ลักษณะใหญ่ๆ ที่แตกต่างกันดังนี้
               2.1) การแขวนลอย และการเป็นอนุภาคที่ละลายน้ำ  วัสดุแขวนลอยส่วนมากเป็นตะกอนข
                      นาดเคลย์ และตะกอนขนาดตะกอนทรายแป้ง และเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำในทางน้ำขุ่น
                      ส่วนอนุภาคที่ละลายน้ำ โดยมากประกอบด้วย  Ca2+, K+, Cl-, SO42- และ
                      HCO3-  ทั้งวัสดุแขวนลอย และอนุภาคที่ละลายน้ำจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่ากับ
                      ความเร็วของกระแสน้ำ

               2.2) การเคลื่อนที่เป็นช่วง ส่วนใหญ่เป็นการเคลื่อนที่ของตะกอนขนาดทราย การเคลื่อนที่
                      คล้ายกับตะกอนทรายกระโดดไปตามพื้นท้องน้ำ

               2.3) การเคลื่อนที่ของวัตถุพัดพาบนพื้นท้องน้ำ  เป็นการเคลื่อนที่ของตะกอนที่มีขนาดใหญ๋
                      มากกว่าตะกอนกรวด เคลื่อนที่โดยการ ไถล ครูด และกลิ้ง บริเวณพื้นน้ำ

 
 
     3) การตกตะกอน การเกิดการตกตะกอนในทางน้ำ ส่วนมากเกิดขึ้นเมื่อกระแสน้ำที่ไหลในทางน้ำมีความเร็วลดลง  กล่าวคือ ทางน้ำที่มีพลังงานไม่สามารถที่จะพาตะกอนขนาดต่างๆ ไปกับทางน้ำได้ ทำให้เกิดการตกตะกอนไล่ลำดับตามความเร็วของกระแสน้ำที่ลดลง (กรวด -> ทราย -> ทรายแป้ง -> เคลย์) ในบางกรณีเท่านั้นที่เกิดการตกตะกอนทางเคมีเกิดขึ้น เมื่อความเร็วของกระแสน้ำมีมากขึ้น เช่น การเกิดทูฟา บริเวณน้ำตก กระแสน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่ที่เป็นหินปูน น้ำจะมีอนุภาค Ca 2+ และ HCO3- (ไบคาร์บอเนต หรือไฮโดรเจนคาร์บอเนต) มาก เมื่อน้ำไหลด้วยความเร็วมากขึ้นกรณีเกิดเป็นน้ำตก แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ละลายในน้ำจะหนีออกไปจากน้ำ ทำให้เกิดการตกผลึกของแคลเซียมคาร์บอเนต เกิดเป็นหินทูฟา