เนื้อหา

     การกร่อน เป็นกระบวนการหลักที่ทำให้เกิดลักษณะภูมิประเทศรูปแบบต่างๆ ถ้าหากเปลือกโลกไม่มีการเปลี่ยนแปลงโดยการยกตัว ลักษณะผิวโลกจะราบเรียบเป็นระดับเดียวกับระดับน้ำทะเล

     การกร่อน หมายถึงกระบวนการเคลื่อนย้ายเศษแร่ และหิน ซึ่งต่อไปจะเรียกว่าตะกอน ด้วยตัวกลางทางธรณีวิทยา ที่ประกอบด้วย น้ำ ลม และน้ำแข็ง ภายใต้แรงโน้มถ่วงของโลก  แม้ว่า ประมาณ 77% ของน้ำฟ้า (คำที่ใช้รวมหมายถึง หิมะ ลูกเห็บ และฝน) จะตกสู่ผิวโลกที่เป็นมหาสมุทร แต่ส่วนที่เหลือของน้ำฟ้า ประมาณ 25% ที่ตกบริเวณแผ่นดิน เป็นกระบวนการที่สำคัญต่อมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตบนแผ่นดิน โดยเฉพาะน้ำที่ไหลบนแผ่นดินที่เรียกว่าทางน้ำ
     ทางน้ำ นอกจากมีความสามารถในเปลี่ยนแปลงรูปร่างของผิวโลกที่มันไหลผ่านแล้ว (โดยการ กร่อน) ทางน้ำยังเป็นตัวกลางที่พา และทำให้เกิดกระบวนการสะสมตะกอน (การตกตะกอน)  ความเร็วของกระแสน้ำ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการกร่อนของ พื้นที่ที่ทางน้ำไหลผ่าน ซึ่งขึ้นกับปริมาณน้ำที่ไหลในทางน้ำ ความชันของภูมิประเทศที่น้ำไหลผ่าน ตลอดจนถึง รูปร่างและลักษณะของทางน้ำ
 
กรณีที่ทางน้ำมีรูปร่างตรง
      ความเร็วของทางน้ำในกรณีที่ทางน้ำมีรูปร่างตรง  ความเร็วจะมากบริเวณส่วนกลางของลำน้ำ เนื่องจากผลจากแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นระหว่างน้ำ กับร่องน้ำบริเวณดังกล่าวมีค่าน้อย
 
กรณีที่ทางน้ำไม่เป็นเส้นตรง
      เมื่อน้ำไหลผ่านในบริเวณทางน้ำที่โค้ง ความเร็วของกระแสน้ำจะเพิ่มขึ้นบริเวณส่วนโค้งด้านนอกของทางน้ำ (คุ้งน้ำ) ส่วนบริเวณโค้งด้านในของทางน้ำ กระแสน้ำจะมีความเร็วลดลง
 
 
     ผลจากความเร็วของกระแสน้ำที่ไหลด้วยความไม่เท่ากันในทางน้ำที่มีรูปร่างโค้ง ทำให้บริเวณคุ้งน้ำ จะเกิดการกร่อน และบริเวณโค้งด้านในของทางน้ำจะเกิดการสะสมตัวของตะกอน และเรียกบริเวณดังกล่าวว่าหาดคุ้งน้ำ

     ลักษณะอื่นๆ ของทางน้ำที่ส่งผลต่อความเร็วและรูปแบบการไหลของน้ำ
น้ำ เมื่อไหลด้วยความเร็วอย่างช้าๆ การไหลของน้ำจะเป็นเส้นตรง เรียกว่า  การไหลแบบเป็นริ้วขนาน แต่ถ้าความเร็วของน้ำเพิ่มขึ้น หรือร่องน้ำเปลี่ยนสภาพไป เช่นท้องน้ำขุขระ ร่องน้ำแคบลง และร่องน้ำเปลี่ยนความชัน การไหลของน้ำจะเปลี่ยนไปเป็นแบบ การไหลปั่นป่วน ผลของความเร็วของทางน้ำที่เปลี่ยนเร็วขึ้น ทำให้ทางน้ำมีความสามารถในการกร่อนได้มากขึ้น