เนื้อหา

     ต้นปอหูช้างที่พบในหุบป่าตาด งอกขึ้นบนหิน โดยใช้แร่ธาตุจากหินเป็นอาหารเลี้ยงรากและลำต้น จนทำให้รากมีความแข็งแรงสามารถชอนทะลุหินได้ เพียงแค่มีความชื้นหรือน้ำ ไม่ใช้จำเป็นต้องใช้ดินในการเจริญเติบโต ต้นปอหูช้างเป็น “พืชเบิกนำ” คือเมื่อเจริญเติบโตได้แล้วก็จะมีพืชชนิดอื่นๆเกิดขึ้นตามมา ซึ่งพืชเบิกนำ ส่วนใหญ่เป็นพรรณพืชที่มีความต้องการแสงสว่างในการตั้งตัวสูง สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไม้เนื้ออ่อน ต้นปอหูช้างในหุบป่าตาดมีความสูงมากกว่า 20 เมตร เพื่อที่จะรับแสงได้มากกว่าพืชชนิดอื่นๆ และใบส่วนใหญ่จะอยู่ที่ด้านบนของต้นเนื่องจากได้รับแสงมากกว่าด้านล่าง ซึ่งใบจะมีลักษณะคล้ายกับใบหูของช้าง ทำให้มีชื่อว่า “ต้นปอหูช้าง” และเนื่องจากต้นปอหูช้างเป็นไม้เนื้ออ่อน จึงมีการนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมก้านไม้ขีดไฟ นอกจากนี้ต้นปอหูช้างในหุบป่าตาดยังทำให้เกิดการผุพังทางธรรมชาติ ทำให้ก้อนหินแตกออกและย่อยสลายกลายเป็นดิน ซึ่งการผุพังของหินโดยต้นปอหูช้างนั้นมีทั้งหมด 3 แบบ คือ
          1) การผุพังทางเคมี  เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมี และ/หรือการละลาย-ทำปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้แร่และหินที่โผล่บนผิวโลก มีสมบัติทางเคมีเปลี่ยนไป และเป็นผลให้มีสมบัติทางทางกายภาพเปลี่ยนแปลง โดยเราจะเห็นว่าหินบริเวณต้นปอหูช้างจะมีลักษณะเป็นก้อนตะปุ่มตะปั่ม
          2) การผุพังทางชีวภาพ เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงของวัสดุต้นกำเนิด จากกิจกรรมของสิ่งมีชีวิต ที่ทำให้เกิดการแตกหัก และ/หรือ เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของแร่ และหิน โดยเราจะเห็นว่าต้นปอหูช้างจะขยายรากเข้าไปในหินทำให้หินมีรอยแยกและแตกออก
          3) การผุพังทางกายภาพ เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางกลที่ทำให้วัตถุต้นกำเนิดมีขนาดเล็กลง เมื่อหินบริเวณต้นปอหูช้างแตกออกจากนั้นจะถูกย่อยสลายกลายเป็นดิน 


วิดีทัศน์เรื่อง ต้นปอหูช้างกับการผุพังทางชีวภาพ