เนื้อหา


วีดิทัศน์เรื่อง เกิดหุบป่าตาดได้อย่างไร

     พื้นที่หลายบริเวณของผิวโลก ประกอบด้วยหินปูน หรือหินที่สามารถทำปฎิกิริยากับน้ำฝน และน้ำใต้ดิน ส่งผลทำให้เกิดลักษณะภูมิประเทศเฉพาะ ซึ่งเกิดทั้งผิวโลก และใต้พื้นโลก  ลักษณะของภูมิประเทศดังกล่าวมีชื่อเรียกโดยรวมว่า “คาสต์” (karst)   คาสต์ เป็นศัพท์ ที่มาจากภาษาเยอรมัน ที่ปรับปรุงมาจากภาษา สวาวิกเก่าที่ใช้เรียกพื้นที่บริเวณสาธารณรัฐสโลวีเนียในปัจจุบัน หมายถึงแผ่นดินที่แห้งแล้ง ปราศจากพืชผล (barren land)ภาพ 5.1

                    ภาพ 5.1 ภูมิประเทศแบบคาสต์ บริเวณสาธารณรัฐสโลวีเนีย (ภาพจาก  Mcknight and Hess, 2004)
                                McKnight, T.L. and Hess, D., 2004. Physical Geography, A Landscape    
                                Appreciation (7th ed.), Pearson Education Hill, Inc., New Jersey, 631 p.

      คาสต์ เป็นลักษณะภูมิประเทศเป็นหลุม เป็นเขา ที่พัฒนาขึ้นจากกระบวนการกร่อน จากน้ำใต้ดินเป็นหลัก ในบริเวณพื้นที่ที่ประกอบด้วย หินคาร์บอเนต (ส่วนมากเป็นหินปูน) หินเกลือจืด (ยิปซัม และเกลือหิน)

การเกิดคาสต์

     เมื่อน้ำฝนเริ่มไหลบน และซึมผ่านลงไปในพื้นที่ที่ประกอบด้วยหินปูน (หรือหินที่สามารถละลายน้ำได้)  น้ำฝนจะทำปฏิกิริยากับแร่ประกอบหิน (แร่แคลไซต์ และ/หรือแร่โดโลไมต์) โดยกระบวนการผุพังทางเคมี (Chemical weathering) เนื่องจากน้ำฝน แลน้ำใต้ดินมีสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ (กรดคาร์บอนิก)   รอยแตก และระนาบการวางตัวของชั้นหินปูน เป็นบริเวณที่น้ำซึมผ่านได้ง่าย  เมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดโพรงขนาดใหญ่ และช่องว่างใต้ผิวโลก  และเกิดการยุบตัวเป็นหลุมยุบ (พื้นที่ต่ำ) และภูเขา (พื้นที่สูง) ภาพ 5.2

                    ภาพ 5.2 ช่วงแรกของการเกิดคาสต์ น้ำฝนซึมใต้ผิวโลกผ่านรอยแตกที่เกิดขึ้นในหินปูน  
                                ทำให้ผิวดินเกิดหลุมยุบ
ธารดำดิน ขณะที่ใต้ผิวดินเกิดโพรงใต้ดินขนาดใหญ่
                                (ในภาพที่ใช้อธิบายกำหนดให้พื้นที่ประกอบด้วย
หน่วยหินปูนที่หนาวางตัวอยู่บนหินดินดาน
                                (หินปูนเป็นหินที่สามารถละลายได้ในน้ำฝน ขณะที่หินดินดาน
เป็นหินที่ละลายได้น้อยมาก
                                หรือไม่ละลายในน้ำฝน)

     เมื่อเวลาผ่านไปเปลือกโลกมีการยกตัว  และระดับน้ำใต้ดินลดระดับลง (อัตราการยกตัวของเปลือกโลกบริเวณทวีป มากสุดที่มีการศึกษา คือ เปลือกโลกทวีปยกตัว 280 เมตร ต่อ 1 ล้านปี และอัตรากร่อนสูงสุดของทวีป 60 เมตร ต่อล้านปี) ลักษณะของแผ่นดินมีการเปลี่ยนแปลง การกร่อนของทางน้ำทำให้เกิดที่ราบเกิดภูเขาหินปูน และเกิดหุบเขาคาสต์ ที่เกิดจากการพังของหลุมยุบที่ต่อเนื่องกัน ส่วนใต้ผิวโลกยังคงมีโพรงได้ดิน บริเวณบนเขาจะพบโพรงภายในหินปูนหรือถ้ำบนเขา (ภาพ 5.3)

                    ภาพ 5.3 แผ่นดินมีการยกตัวต่อเนื่อง เกิดการกร่อนจากทางน้ำผิวดิน ทำให้เกิดที่ราบ
                                และการกร่อนจากน้ำใต้ดิน
ทำให้เกิดโพรงใต้ดินใหญ่ขึ้น บริเวณผิวดินเกิดที่ราบ
                                และภูเขาหินปูน โพรงใต้ดินมีขนาดใหญ่ขึ้นและเกิดการถล่ม
ทำให้เกิดหุบเขาคาสต์
                                เกิดโพรงและถ้ำบนเขา ระดับน้ำใต้ดินลดระดับลงจากเดิม

     การยกตัวของแผ่นดินและการกร่อน เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำผิวดิน และระดับน้ำใต้ดินลดลงจากเดิม  หินปูนส่วนที่เหลือเกิดเป็นเขาคล้ายหอคอย เรียกว่า โมโกทส์ (Mogote) เขาดังกล่าวมักมียอดมน ด้านข้างชัน ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ราบที่เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทางน้ำ

                    ภาพ 5.4 แผ่นดินมีการยกตัวอย่างต่อเนื่อง การกัดกร่อนเกิดขึ้นทำให้หินปูนเหลือ
                                     เป็นเขาคล้ายหอคอยหรือกองฟางขนาดใหญ่ เรียกว่า โมโกทส์ (Mogotes)
                                     ซึ่งเป็นเขาเดี่ยวสูงชัน ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทางน้ำ
                                     เขาดังกล่าวมักมียอดมน

ลักษณะภูมิลักษณ์ที่สำคัญ ของ คาสต์ มีดังต่อไปนี้

     - หลุมยุบ (Sinkhole หรือ Doline หรือ Leach hole)
     - ยูวาลา (Uvala) หรือหลุมยุบที่เชื่อมต่อกัน
     - ถ้ำ (Caves) ถ้ำหลวง กลุ่มถ้ำ หรือโพรงใต้ดินขนาดใหญ่ (Cavern)
     - น้ำพุ น้ำผุด ธารน้ำลอด และซับ
     - ธารดำดิน (Disappearing streams)
     - ภูเขาหินปูนที่สูงชันดินแดง ดิน แทร์รา โรซา (Terra rosa)


คาสต์จำเป็นที่ประชาชนต้องรู้

     การละลายของหินปูนใต้ดินทำให้เกิดเครือข่ายทางน้ำใต้ดินไหลซับซ้อน  พื้นที่คาสต์ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ มีโอกาสเกิดหลุมยุบได้เสมอ ดังนั้น การเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่คาสต์ มีความจำเป็นสำหรับนักเรียน ชาวบ้าน และประชาชนทุกคน เนื่องจากลักษณะพื้นที่คาสต์ หรือพื้นที่ที่อยู่บริเวณหินปูน เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเกิดหลุมยุบ  พื้นที่ลักษณะดังกล่าวอาจปกคลุมด้วยดินและต้นไม้ แต่ด้านล่างมีโพรงซึ่งมีน้ำหรือไม่มีน้ำอยู่ การลดระดับของน้ำใต้ดิน หรือเกิดแผ่นดินไหวเพียงเล็กน้อยสามารถกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวได้

     การสร้างอาคาร บ้านเรือน บริเวณพื้นที่ดังกล่าวควรมีการสำรวจพื้นที่ใต้ดินในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้การสร้างอาคาร บ้านเรือน ใกล้กับเขาหินปูน ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากพื้นที่ราบใกล้เขาหินปูนที่ชัน เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยต่อการเกิดดินถล่ม

ภาพ 5.5 ลักษณะหลุมยุบที่เกิดบริเวณพื้นที่ราบ