เนื้อหา


     ร่องรอยของสิ่งมีชีวิตปรากฏ ประมาณ 3.5 พันล้านปี สิ่งมีชีวิตดังกล่าวมีขนาดเล็ก มีเชลล์เดียว ประเภท โพรคาริโอต  มีชื่อเฉพาะว่าไซยาโนแบคทีเรีย มันอยู่เป็นกลุ่มและทำให้เกิดโครงสร้างสโตรมาโตไลต์  ออกซิเจนที่ละลายน้ำมีค่าเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดแร่เหล็กที่เกิดเป็นชั้นสลับกับหินดินดานและหินเชิร์ต

บรมยุคโพรเทอโรโซอิก (2,500 ถึง 542 ล้านปี)
     2.5 พันล้านปีที่ผ่านมา บรรยากาศของโลกในช่วงเวลานี้ ประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจน ประมาณ 75% และแก๊สออกซิเจน ประมาณ 25 %  แก๊สออกซิเจน  แก๊สไนโตรเจน เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ส่วนแก๊สออกซิเจนได้จากกระบวนการสังเคราะห์แสงของไซยาโนแบคทีเรีย  ประมาณ 2.2 พันล้านปีที่ผ่านมา พบหลักฐานว่าบรรยากาศของโลก ประกอบด้วยแก๊สออกซิเจนที่มาก จากการพบหินตะกอนที่เกิดบนบกสีแดง  ระดับออกซิเจนในน้ำที่สูงทำให้สิ่งมีชีวิตยุคแรกที่ไม่คุ้นเคยกับแก๊สออกซิเจนสูญพันธุ์เป็นจำนวนมาก  สิ่งมีชีวิตในบรมยุคโพรเทอโรโซอิก ได้วิวัฒนาการจากเซลล์โปรคาริโอต มาเป็นเซลยูคาริโอต  ที่สามารถสังเคราะห์แสง และหายใจได้  ยูคาริโอต ที่พบได้ทั่วไปในบรมยุคนี้ คือ อาคริทาร์ซ (acritarch)

   

     ฟอสซิล อาคริทาร์ซ เป็นฟอสซิลขนาดเล็กมาก (5 - 200   
ไมโครเมตร, ขนาดโดยทั่วไป 20 – 15 ไมโครเมตร)  อายุมากที่สุด 1.6 พันล้านปี  มีลักษณะเซลเป็นแบบยูคาริโอต  ชื่ออาคริทาร์ซ หมายถึง “ไม่จำแนกการเกิด” ซึ่งในปัจจุบันเป็นฟอสซิลที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทไหน 
     ฟอสซิลอาคริทาร์ซ ที่พบในช่วงยุคก่อนแคมเบรียน โดยทั่วไปมีลักษณะเป็นทรงกลม อาคริทาร์ซ พบมากและหลากหลายในช่วงต้นมหายุคพาลีโอโซอิก
     ประมาณ 1.5 พันล้านปีที่ผ่านมา แบคทีเรียมีทั้งเป็นสิ่งมีชีวิตเชลเดียวแบบโพรคาริโอต และยูคาริโอต (ส่วนมากเป็นฟอสซิลอาคริทาร์ซ)  แต่การเกิดยูคาริโอต ทำให้การวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเกิดเร็วขึ้น เนื่องจากเซลล์ยูคาริโอตสามารถสืบพันธุ์โดยอาศัยเพศ  พันธุกรรมของลูกได้มาจากต้นกำเนิดทั้งสอง  ยูคาริโอตเกิดใหม่โดยทั่วไปจะมีลักษณะหลักคล้ายพ่อ-แม่ต้นกำเนิด แต่การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลักได้  สมบัติที่เกิดใหม่ของยูคาริดอต ทำให้มันสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อมใหม่ได้