เนื้อหา

     พัฒนาการทารกในครรภ์ เริ่มนับตั้งแต่วันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย การตั้งครรภ์โดยปกตินั้นมีระยะเวลาเฉลี่ยคือ 40 สัปดาห์ หรือ 10 เดือนหลังมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ซึ่งมีพัฒนาการ ดังนี้
     1) เดือนที่ 1 อยู่ในช่วงเริ่มพัฒนาอวัยวะสำคัญทั้งหมดและหัวใจเริ่มเต้นแล้ว
     2) เดือนที่ 2 ศีรษะจะโตขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันกับพัฒนาการของสมองลำคอเหยียดออกอวัยวะสำคัญต่างๆเริ่มปรากฏทั้งหมดหัวใจมีโครงสร้างสมบูรณ์เริ่มตอบสนองต่อการสัมผัสต่างๆระบบประสาทพัฒนาและเริ่มทำงาน
     3) เดือนที่ 3 อวัยวะสำคัญทั้งหมดสร้างเรียบร้อยหมดแล้วซี่โครงและกระดูกเริ่มมีแคลเซียมมาสะสมอย่างรวดเร็วอวัยวะเพศเริ่มแสดงให้เห็นเริ่มตอบสนองกับสิ่งเร้าภายนอกเริ่มมีการขยับตัวหนีได้ดิ้นไปมาตลอดเวลาแต่แม่ยังไม่รู้สึก
     4) เดือนที่ 4 ทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอความยาวจากหัวถึงก้นประมาณ 12 เซนติเมตรเริ่มได้ยินเสียงอวัยวะเพศภายนอกชัดเจนขึ้นแยกหญิงชายได้เริ่มรับรู้ถึงแสงสว่างภายนอกครรภ์ของแม่ในเดือนนี้จำนวนของเซลล์ประสาทจะพัฒนามีการเชื่อมต่อระหว่างประสาทและกล้ามเนื้อทำให้แขนขาเคลื่อนไปตามจังหวะข้อพับได้กำมือได้
     5) เดือนที่ 5 ทารกในครรภ์จะมีการเจริญเติบโตช้าลงแต่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆระบบประสาทเริ่มสมบูรณ์จนสามารถควบคุมการทางานของกล้ามเนื้อได้เริ่มมีฟันน้ำนมเกิดขึ้นภายในเหงือกในเดือนนี้หญิงตั้งครรภ์จะเริ่มรู้สึกว่าทารกในครรภ์ดิ้นแล้ว
     6) เดือนที่ 6 ทารกในครรภ์จะแข็งแรงมากขึ้นตัวยาวขึ้นน้ำหนักเพิ่มขึ้น
     7) เดือนที่ 7 เดือนนี้ระบบประสาทจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเซลล์สมองและวงจรของระบบประสาทจะประสานกันอย่างสมบูรณ์และตื่นตัวเต็มที่เริ่มลืมตาได้
     8) เดือนที่ 8 ร่างกายสัดส่วนเท่ากับทารกที่คลอดครบกำหนดแล้วแต่น้ำหนักยังน้อยเกินไปต้องรอให้โตเต็มที่และมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกอวัยวะต่างๆสมบูรณ์เกือบหมดยกเว้นปอดซึ่งพัฒนาไม่เต็มที่ถ้าคลอดมักหายใจได้ไม่ดีแต่ก็จะมีชีวิตรอด
     9) เดือนที่ 9 น้ำหนักทารกในครรภ์เพิ่มขึ้นเริ่มกลับเอาหัวลงสู่ทางช่องคลอดถ้าเป็นครรภ์แรกหัวของทารกจะเคลื่อนเข้าไปอยู่ในอุ้งเชิงกราน ทารกจะนอนคุดคู้งอแขนขาผิวหนังเต่งตึงเนื่องจากไขมันสะสมใต้ผิวหนังมากปอดเกือบสมบูรณ์เต็มที่ดังนั้นแม่อาจคลอดตอนไหนก็ได้ในช่วงนี้

     ลูกและแม่จะสื่อสารติดต่อกันผ่านทางรก โดยรกคืออวัยวะพิเศษที่สร้างขึ้นมาในช่วงตั้งครรภ์ ทำหน้าที่ส่งอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงทารกและกำจัดของเสีย ด้านหนึ่งของรกต่อกับเส้นเลือดที่สายสะดือของทารก อีกด้านของรกจะเกาะกับผนังมดลูกของแม่ซึ่งเลือดของลูกกับแม่จะไม่ผสมกัน แต่มีการแลกเปลี่ยนสารต่างๆ ระหว่างกัน


วีดิทัศน์เรื่อง พัฒนาการทารกในครรภ์