เนื้อหา

วีดิทัศน์เรื่อง พืชในป่าชายเลนทนเค็มได้อย่างไร

     พืชในป่าชายเลนต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีเค็ม มีปริมาณออกซิเจนในดินต่ำเนื่องจากน้ำทะเลท่วมขังเกือบตลอดเวลาและสภาพดินที่เหลวไม่เหมาะกับการทรงตัวของต้นไม้ใหญ่ ทำให้พืชที่อาศัยในป่าชายเลนต้องมีการการปรับตัวในหลายๆ ด้าน ดังนี้
     1. จะมีระบบรากหายใจ (Pneumatophores) เพื่อทำให้รากพืชสามารถรับออกซิเจนได้เพียงพอ เนื่องจากป่าชายเลนมีน้ำท่วมถึงทำให้ปริมาณออกซิเจนในดินน้อยกว่าในดินที่น้ำไม่ท่วม ลักษณะของรากก็จะแตกต่างกันไป เช่น ต้นโกงกาง (Rhizophora spp.) จะมีรากหายใจแทงออกจากต้นลงสู่ดิน ต้นแสมทะเล (Avicennia marina) จะมีรากหายใจโผล่จากดินขึ้นมาเหนือระดับน้ำ ต้นตะบูน (Xylocarpus spp.) และต้นลำพูทะเล (Sonneratia alba) จะมีรากหายใจโผล่ขึ้นเหนือน้ำเป็นรูปกรวยคว่ำซึ่งจะมีบริเวณโคนรากจะมีความหนามากกว่าปลายรากที่โผล่พ้นน้ำ เป็นต้น และโดยทั่วไปแล้วพืชจะปรับตัวให้มี Lenticel (เลนติเซล คือโครงสร้างที่ทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนแก๊ส มองเห็นเป็นรอยแยกหรือรอยแตกของผิวลำต้น) อยู่เหนือระดับน้ำทะเล
     2. จะมีรากค้ำยัน (Stilt roots) เช่น รากต้นโกงกาง จะงอกจากด้านข้างของลำต้นส่วนล่าง แล้วปักลงไปในพื้นดิน ประโยชน์เพื่อการค้ำยันลำต้นให้ตั้งตรง
     3. จะมีการปรับโครงสร้างของรากเป็นรากรูปเข่า (Knee root) เห็นได้ชัดที่รากของต้นฝาดดอกขาว (Lumnitzera racemosa) ต้นฝาดดอกแดง (Lumnitzera littorea) เพื่อช่วยในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนของรากที่จมอยู่ใต้น้ำ โดยพบว่าพืชจะสามารถปรับให้โครงสร้างของรากหัวเข่าสูงกว่าระดับน้ำทะเลได้ เพื่อไม่ให้รากในส่วนนี้จมอยู่ใต้น้ำ


     

     4. จะมีการปรับโครงสร้างของใบเพื่อทำให้สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้มากโดยจะมีเนื้อเยื่อชั้น hypodermis ที่หนาเพื่อทำหน้าที่กักเก็บน้ำ และก็มีต่อมขับเกลือ ดูได้จากเอกสารอ้างอิงที่สามารถค้นหาได้จาก Internet โดยนำชื่อเรื่องไปพิมพ์ใน google ก็จะพบเอกสารที่เป็นไฟล์ PDF มีภาพประกอบเกี่ยวกับโครงสร้างของใบที่ทำให้พืชสามารถอาศัยในสภาพแวดล้อมป่าชายเลนได้

เอกสารอ้างอิง
BORKAR, M. U., ATHALYE, R. P. & GOLDIN, Q. 2009. Salinity induced changes in the leaf anatomy of the mangrove Avicennia marina along the anthropogenically stressed tropical creek. Journal of Coastal Development, 4(3), 191-201.