เนื้อหา

     ดินในป่ายเลนโดยทั่วไปแล้วจะพบตามชายฝั่ง หรือปากแม่น้ำ เกิดจากการสะสมกันของตะกอนที่พัดเข้าสู่ชายฝั่งหรือปากแม่น้ำ และ/หรือเกิดจากการกัดเซาะชายฝั่งแม่น้ำหรือการพังทะลายของดินจากที่สูงและไหลมาตามแม่น้ำ ลำธาร และถูกพัดพามาตกตะกอนรวมกันกับตะกอนที่พัดจากบริเวณปากแม่น้ำหรือชายฝั่ง โดยลักษณะของตะกอนที่มาทับถมกันจะมีความแตกต่างกันไปขึ้นกับแหล่งกำเนิดของตะกอน อาจจะเป็นตะกอนละเอียดซึ่งเกิดจากดินโคลนบริเวณปากแม่น้ำ หรืออาจจะเป็นตะกอนทราย ซึ่งเมื่อเกิดเป็นดินบริเวณป่าชายเลนแล้วก็จะส่งผลทำให้พืชพันธ์บริเวณป่าชายเลนมีจำนวนชนิดและปริมาณที่แตกต่างกันด้วย

     สำหรับอ่าวคุ้งกระเบน เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศเป็นอ่าวเกือบปิด ทำให้ดินตะกอนในอ่าวคุ้งกระเบนมีลักษณะที่แตกต่างจากดินในป่าชายเลนที่อื่นๆ คือ บริเวณที่มีดินเลนมากๆ จะอยู่ก้นอ่าวซึ่งมีตะกอนที่มีขนาดเล็ก ส่วนบริเวณด้านในจะเป็นดินทราย และมีตะกอนดินเลนเข้ามาทับถมน้อยทำให้สามารถเดินได้ ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของดินในป่าชายเลนที่นี่

วิดีทัศน์เรื่อง ดินในป่าชายเลน

     ปริมาณธาตุอาหารในดินของป่าชายเลนก็จะมีลักษณะแตกต่างกันไปขึ้นกับแหล่งของตะกอนที่ถูกพัดมาสะสมกัน และปริมาณน้ำทะเลที่ท่วมถึงและระยะเวลาที่ท่วมตามระดับน้ำขึ้นน้ำลงก็จะเป็นตัวกำหนดชนิดของพืชในป่าชายเลนด้วย จะพบว่าบริเวณที่มีน้ำท่วมตลอดเวลาต้นโกงกางใบใหญ่จะสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะเช่นนี้ ในขณะที่บริเวณที่มีน้ำทะเลท่วมเฉพาะตอนที่น้ำทะเลขึ้นสูงในระดับกลาง (มีช่วงเวลาที่น้ำทะเลท่วมไม่ถึงด้วย) ก็จะพบต้นแสมขาว แสมทะเล ลำพู โกงกางใบใหญ่ เป็นต้น ถ้าจะจัดกลุ่มของพืชในป่าชายเลนที่ชอบเจริญใกล้ทะเลที่สุดไปยังบริเวณรอยต่อของป่าชายเลนและป่าบก จะสามารถจัดได้ตามลำดับดังนี้  ใกล้ทะเล (น้ำเค็ม) ---> โกงกางใบใหญ่ และโกงกางใบเล็ก ----> ต้นแสม ----> ต้นตะบูน ------> ต้นโปรง ต้นฝาด -----> ต้นเสม็ดพบเจริญบริเวณรอยต่อระหว่างป่าชายเลนกับป่าบก