เนื้อหา

     การทำเหมือง(mining) เป็นวิธีต่างๆ ทางวิศวกรรมที่นำเอาแร่ หิน หรือทรัพยากรธรณีที่มีประโยชน์เป็นที่ต้องการของตลาดจากโลก โดยคำนึงต้นทุนในการดำเนินการ ด้วยถ่านหินเป็นทรัพยากรธรณีที่เกิดเป็นชั้นโผล่บริเวณพื้นโลกไปจนถึงอยู่ใต้ผิวโลกที่มีความลึกไม่มากนัก และเกิดเป็นชั้นลึกใต้ผิวโลก ดังนั้นวิธีการทำเหมืองถ่านหินที่ดำเนินการ แบ่งออกเป็นการทำใต้ดิน และการทำเหมืองบนผิวดินหรือการทำเหมืองเปิด

     การทำเหมืองเปิด เป็นวิธีการทำเหมืองที่คุ้มทุน เมื่อชั้นถ่านหินเกิดใกล้กับผิวโลก วิธีการทำเหมืองทำโดยการเปิดดินเหนือชั้นแร่(overburden)ออก และสามารถขุดถ่านหินขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าการทำเหมืองใต้ดิน โดยอาจสูงถึง 90 % ของปริมาตรถ่านหินที่เกิดอยู่ การทำเหมืองแบบเมืองเปิดต้องใช้พื้นที่ หลายตารางกิโลเมตร ปริมาณสำรองแหล่งถ่านหินในการทำเหมืองเปิด เป็นข้อกำหนดในการทำในลักษณะเหมืองเปิดขนาดเล็ก ไปจนถึงเหมืองเปิดขนาดใหญ่ ซึ่งจะใช้ชุดของเครื่องจักรในการทำงานต่างชนิดกัน สำหรับเหมืองเปิดของแหล่งถ่านหินแม่เมาะ จัดเป็นเหมืองเปิดขนาดใหญ่ ซึ่งจะใช้ ชุดของรถขุด – รถบรรทุกเทหลัง ขนาดใหญ่ เป็นเครื่องจักรหลักที่ใช้ในการเปิดหน้าดินที่อยู่เหนือชั้นถ่านหิน และขุดตักถ่านหิน และอาจใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่อื่นๆ ประกอบการทำเหมือง ซึ่งขึ้นกับแต่ละช่วง และพื้นที่ของหน้าเหมือง สภาพเหมืองแม่เมาะ พื้นดินเดิม ลิกไนต์ (ชั้นสีดำ) ดินเหนือชั้นแร่ (สีจาง) รถตักถ่านบริเวณหน้างาน ถนนภายในบ่อเหมือง บ่อพักน้ำฝน เครื่องย่อยถ่านหิน เสาไฟฟ้าสำหรับเครื่องย่อย และระบบสายพานลำเลียงถ่านหิน

     การแต่งถ่านหิน(coal dressing) ถ่านหินที่ตักได้จากหน้าเหมือง ไม่ว่าจะได้จากการทำเหมืองใต้ดิน หรือทำเหมืองบนผิวดิน มักจะมีเศษหิน-ดิน เศษโลหะ และมีขนาดที่ไม่เหมาะสมต่อการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปผู้นำถ่านหินไปใช้ (ลูกค้า) ต้องการถ่านหินที่มีสมบัติที่แปรเปลี่ยนน้อย ด้วยเหตุนี้ในการทำเหมืองถ่านหินจึงต้องมีการแต่งถ่านหิน ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้วิธีการแต่งถ่านหินแบบง่ายๆ คือการย่อย คัดขนาด และแยกเศษโลหะออกจากถ่านหิน แต่ในบางครั้งการแต่งถ่านหินจะทำโดยวิธีที่ซับซ้อน เพื่อลดมลทินที่เกิดในชั้นถ่านหิน