เนื้อหา

     บริเวณภาคเหนือของประเทศไทย พบแอ่งสะสมตัวของตะกอนที่มีชื่อเรียกว่าแอ่งเทอร์เชียรี เนื่องจากเป็นแอ่งสะสมตัวของตะกอนที่เกิดในช่วงเวลาดังกล่าว แอ่งแม่เมาะ เป็นหนึ่งในแอ่งสะสมตัวของตะกอน ที่มีความสำคัญเนื่องจากมีการสำรวจพบถ่านหินที่มีปริมาณสำรองพิสูจน์แล้ว(measured reserve)มากที่สุดของประเทศ


     แอ่งแม่เมาะ มีรูปร่างคล้ายวงรี โดยมีแกนยาว 16 กิโลเมตร วางตัวในทิศทางตะวันออกเฉียงเหนือ – ตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีบริเวณกว้างสุด ประมาณ 9 กิโลเมตร หินตะกอนที่พบในแอ่งแม่เมาะ มีอายุในช่วงสมัยไมโอซีน(Miocene Epoch) (23.0 – 5.3 ล้านปีที่ผ่านมา) เป็นหินตะกอนกึ่งแข็งตัว มีความหนาของชั้นตะกอนรวมกันประมาณ 1,100 เมตร เรียกกลุ่มหินดังกล่าวว่า “กลุ่มหิน(lithological Group)แม่เมาะ” หินชนิดหลักที่พบในกลุ่มหินแม่เมาะ ประกอบ หินเคลย์ หินโคลน หินทรายแป้ง หินทราย และหินกรวดมน โดยมีชั้นถ่านหินที่สำคัญ 2 ชั้น มีความหนาแต่ละชั้นประมาณ 20 เมตร คือ ชั้น Q และ ชั้น K ที่แทรกสลับบริเวณส่วนกลางของกลุ่มหินแม่เมาะ


     จากลักษณะชนิดหินตะกอน ชั้นถ่านหิน และซากบรรพชีวิน(fossil) ทำให้สามารถสรุปได้ว่า กลุ่มหินแม่เมาะ เกิดในสภาพแวดล้อมบริเวณทวีป(continent) โดยมีสภาพพื้นที่เป็นทะเลสาบน้ำจืด(fresh water lake) ที่ราบน้ำท่วมถึง(flood plain) และมีระบบทางน้ำประเภทต่างๆ