เนื้อหา

     มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้รวบรวมประวัติความเป็นมาของการทำเทียนพรรษาและประเพณีการแห่เทียนพรรษาของอุบลราชธานีไว้ สรุปได้ว่า ชาวอุบลราชธานี เป็นเมืองพุทธที่เคร่งครัดในศาสนาและมีความเชื่อเรื่องการถวายเทียนพรรษาว่าจะได้บุญมากจึงนิยมทำต้นเทียนไปถวายแก่พระสงฆ์พร้อมข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อพระสงฆ์ โดยเฉพาะเทียนที่ใช้จุดบูชาพระรัตนตรัยในระหว่างเข้าพรรษา ทุกครัวเรือนจะมีการฟั่นเทียนจากขี้ผึ้งเป็นของตนเอง จากนั้นจะนำไปถวายพระสงฆ์ในช่วงวันเข้าพรรษาพร้อมกับเครื่องไทยธรรมอื่น ๆ


     การถวายเทียนในระยะแรก เป็นการถวายตามศรัทธาของพุทธศาสนิกชนโดยนำเทียนเล่มเล็ก ๆ มารวมกันถวาย เมื่อเทียนที่นำมาถวายมีขนาดต่างกัน เทียนก็ไม่เป็นระเบียบ จึงได้นำเทียนมารวมกันจัดให้เป็นระเบียบโดยการมัดเทียนเข้ากับแกนไม้ใช้เชือกมัดเป็นเปราะ ๆ ใช้กระดาษสีติดรอบ ตกแต่งด้วยเชือกย้อมสีมัด ปิดทับด้วยกระดาษสีต่าง ๆ เจาะลาย จากการมัดรวมให้เป็นลำต้นนี้เองจึงเรียกว่า “ต้นเทียน” และเรียกต้นเทียนนี้ว่า “เทียนมัดรวม”


     ปี พ.ศ. 2444 พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการเมืองอุบลในขณะนั้น โปรดฯ ให้มีการแห่เทียนพรรษาเป็นครั้งแรกและจัดให้มีการประกวดขบวนแห่เทียนพรรษาเป็นครั้งแรก และในพ.ศ. 2480 มีการริเริ่มทำลวดลายลงบนเทียนพรรษาเป็นครั้งแรก พ.ศ. 2512 เทศบาลเมืองอุบลราชธานี (ปัจจุบันเป็นเทศบาลเมืองนครอุบลราชธานี) ได้จัดให้มีการประกวดเทียนพรรษาขึ้น โดยมีการประกวดต้นเทียน 2 ประเภท คือ ประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลักและมีการส่งเทียนพรรษาเข้าประกวดเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ จนต้องย้ายสถานที่จัดงานเป็นบริเวณทุ่งศรีเมืองตราบจนปัจจุบัน  

 

วิดีทัศน์ เรื่อง เทียนพรรษามีกี่ประเภท