เนื้อหา

     การลดความเร็วของเครื่องเล่นที่มีความเร็วสูงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้อย่างเช่น Giant Drop ต้องใช้วิธีการที่ไม่พึ่งพาเครื่องกลที่อาจขัดข้องได้ ไม่พึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าอื่น ๆ ที่อาจขัดข้องไฟฟ้าดับ วิธีการที่ใช้กันอย่างปลอดภัยนั้น อาศัยความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งทำได้ไม่ยากนัก

     หลักการคือ เมื่อมีฟลักซ์แม่เหล็กหรือเส้นสนามแม่เหล็กที่เรียกกันง่าย ๆ ว่าเส้นแรงแม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลงผ่านขดลวดตัวนำ จะเกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำทำให้ขดลวดทำหน้าที่เสมือนเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และถ้าขดลวดเป็นวงจรปิด จะเกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำในวงจรไฟฟ้า ซึ่งเป็นไปตามกฎการเหนี่ยวนำของฟาราเดย์ ที่สรุปได้ว่า แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่เกิดขึ้นในขดลวด เป็นสัดส่วนกับอัตราการเปลี่ยนแปลงของฟลักซ์แม่เหล็กที่ผ่านขดลวดนั้นเมื่อเทียบกับเวลา ส่วนทิศทางของกระแสไฟฟ้าในขดลวดจะเป็นไปตาม กฎของเลนซ์ ซึ่งมีใจความว่า แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำในขดลวด จะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำในทิศทางที่จะทำให้เกิดฟลักซ์แม่เหล็กใหม่ขึ้นมา ต้านการเปลี่ยนแปลงของ ฟลักซ์แม่เหล็กที่ผ่านขดลวดนั้น

     ถ้าให้ฟลักซ์แม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลงผ่านแผ่นโลหะ ก็จะเกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำขึ้นในแผ่นโลหะเช่นเดียวกัน แต่กระแสไฟฟ้าไม่สามารถผ่านออกสู่วงจรภายนอกได้เหมือนกับที่เกิดในขดลวด คงวนเวียนอยู่ที่แผ่นโลหะ เรียกว่า กระแสวน  ทิศทางการวนจะทำให้เกิดฟลักซ์แม่เหล็กขึ้นใหม่ตามกฎของเลนซ์

     ตัวกระเช้าของเครื่องเล่น Giant Drop มีครีบเป็นแผ่นทองเหลืองติดอยู่ เมื่อกระเช้าถูกปล่อยให้ตกอิสระ แผ่นทองเหลืองจะเคลื่อนที่ผ่านขั้วของแม่เหล็กถาวรที่ติดตั้งไว้ตั้งแต่พื้นจนถึงที่สูงขึ้นไปประมาณ 10 เมตร นั่นคือมีฟลักซ์แม่เหล็กผ่านแผ่นทองเหลือง การที่แผ่นทองเหลืองตกลงมาพร้อมกระเช้าด้วยความเร่งทำให้ฟลักซ์แม่เหล็กที่ผ่านแผ่นทองเหลืองไม่คงที่ เกิดกระแสวนในแผ่นทองเหลืองในทิศที่ทำให้เกิดฟลักซ์แม่เหล็กต่อต้านกับการเปลี่ยนแปลงของฟลักซ์แม่เหล็กจากแม่เหล็กถาวร นั่นคือเกิดแรงผลักกันระหว่างแม่เหล็กถาวรกับสนามแม่เหล็กจากกระแสวน กระเช้าจึงลดความเร็วลงจนหยุดนิ่งในที่สุด เป็นการเบรคโดยใช้แรงระหว่างสนามแม่เหล็ก (Magnetic Break)

วิดีทัศน์ เรื่อง Magnetic Break (Giant Drop)