เนื้อหา

สำหรับกระบวนการผลิตน้ำตาลของโรงงานน้ำตาลมิตรผลมีดังต่อไปนี้  
     3.1  การหีบสกัดน้ำอ้อย เริ่มจากอ้อยที่ผ่านการชั่งน้ำหนักแล้ว จะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการผลิตโดยการเทอ้อยลงสู่สายพานลำเลียง อ้อยจะถูกลำเลียงผ่านมีดสับอ้อย เครื่องย่อยอ้อย และเข้าสู่ลูกหีบเพื่อบีบสกัดเอาน้ำอ้อย น้ำอ้อยที่บีบสกัดได้จากอ้อยแต่ละส่วนจะถูกเก็บตัวอย่างไปวัดความหวาน เพื่อดูมาตรฐานของอ้อยและเป็นตัวกำหนดราคาอ้อยให้แก่ชาวไร่อ้อยด้วย ความหวานที่วัดได้จะวัดเป็นค่าบริกซ์ซึ่งเป็นการกำหนดค่าความหวาน โดยค่าความหวานที่วัดได้ควรมีค่าตั้งแต่ 10 ccs ขึ้นไป (ccs : Commercial Cane Sugar)


วิดีทัศน์ เรื่อง การเตรียมอ้อยเพื่อส่งเข้าโรงงาน


วิดีทัศน์ เรื่อง ความหวาน

คำถาม
     - สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับค่าบริกซ์ (Brix)

     สิ่งที่ได้ในขั้นตอนนี้คือ น้ำอ้อยและชานอ้อย น้ำอ้อยจะถูกส่งไปยังขั้นตอนการทำใสน้ำอ้อยโดยส่งน้ำอ้อยเข้าหม้ออุ่นและผสมกับน้ำปูนขาว แล้วเข้าสู่ถังพักให้ตกตะกอนเพื่อทำให้น้ำอ้อยใส  ส่วนชานอ้อยจะใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไอน้ำ เพื่อใช้ในระบบขับลูกหีบ ต้มเคี่ยวน้ำตาล และส่งไปเป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตพลังงานไฟฟ้าต่อไป

 
วิดีทัศน์ เรื่อง น้ำอ้อย

น้ำอ้อยใสจะถูกส่งไปทำน้ำเชื่อมและกากตะกอนจะถูกรวบรวมเพื่อมอบให้ชาวไร่ ใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับการปลูกอ้อยต่อไป
     3.2 การทำน้ำตาลทรายดิบ น้ำอ้อยใสจะถูกส่งเข้าหม้อต้มเพื่อระเหยน้ำ ที่ความดันต่ำกว่าความดันบรรยากาศ ได้เป็นน้ำเชื่อม ซึ่งจะถูกส่งต่อไปยังขั้นตอนการตกผลึกน้ำตาล โดยจะเคี่ยวน้ำเชื่อมในหม้อสูญญากาศ จนเกิดผลึกน้ำตาลอยู่ในน้ำเชื่อม เรียกรวมว่า แมสควิท (Massecuite) ขั้นตอนนี้ จะต้องควบคุมเม็ดน้ำตาลให้มีขนาดสม่ำเสมอกัน โดยเลี้ยงเม็ดน้ำตาลด้วยน้ำเชื่อมในหม้อเคี่ยวน้ำตาลที่ความดันต่ำกว่าความดันบรรยากาศ หลังจากนั้นก็จะส่งไปปั่นน้ำตาลในหม้อปั่นเพื่อแยกผลึกน้ำตาลออกจากน้ำเลี้ยงผลึก ภายในหม้อปั่นจะมีตะแกรงรูขนาดเล็ก โดยส่วนที่เป็นเม็ดน้ำตาลจะอยู่ภายในหม้อปั่น และส่วนที่เป็นน้ำเลี้ยงผลึกหรือที่เรียกว่า โมลาส หรือกากน้ำตาล จะถูกแยกสลัดออกไป เม็ดน้ำตาลจะถูกส่งเข้าหม้ออบเพื่อลดความชื้นและลดอุณหภูมิ ซึ่งจะได้เป็นน้ำตาลทรายดิบ เพื่อส่งขายต่างประเทศ หรือใช้สำหรับการผลิตน้ำตาลทรายขาวบริสุทธ์ต่อไป  ส่วนโมลาสหรือกากน้ำตาลสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอื่นๆ อาทิเช่น อุตสาหกรรมสุรา ซอส ผงชูรส เป็นต้น


วิดีทัศน์ เรื่อง น้ำตาลทรายดิบ 

     น้ำตาลทรายดิบจะมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลเข้มเพราะมีสิ่งสกปรกเจือปนอยู่และความบริสุทธิ์ต่ำไม่สามารถนำไปบริโภคได้โดยตรง แต่ถ้าทำให้คุณภาพสูงขึ้นโดยผ่านกระบวนการทำให้ใสโดยใช้ปูนขาวและความร้อน ทำให้สีของน้ำตาลทรายดิบคุณภาพสูงเป็นสีเหลืองแกมน้ำตาล สามารถนำไปบริโภคได้แต่ไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภคส่วนใหญ่ยกเว้นในประเทศกำลังพัฒนาที่มีกำลังซื้อค่อนข้างต่ำ เนื่องจากมีราคาถูกกว่าน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์

    

     3.3 การผลิตน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ จะใช้น้ำตาลทรายดิบคุณภาพสูงที่ผ่านการทำให้ใสมาแล้ว ส่งเข้ากระบวนการผลิตทางสายพานลำเลียงเพื่อส่งไปละลายในน้ำร้อนได้น้ำเชื่อม น้ำเชื่อมจะถูกทำให้ใสอีกครั้งหนึ่งด้วยน้ำปูนขาวและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เรียกว่ากระบวนการคาร์บอเนชั่น โดยสารทั้ง 2 จะทำปฏิกิริยากันเกิดเป็นตะกอนและแคลเซียมคาร์บอเนต แล้วดึงสิ่งสกปรกในน้ำเชื่อมแยกตัวออกมา จากนั้นจะกรองตะกอนออกด้วยเครื่องกรองเพื่อให้ได้น้ำเชื่อมใส ไม่มีสิ่งสกปรก
     น้ำเชื่อมใสจะถูกส่งผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนประจุเรซิน ด้วยเครื่องกรองเรซิน(คล้ายเครื่องกรองน้ำ)ซึ่งเรซินจะทำหน้าที่จับสารละลายที่ทำให้เกิดสีในน้ำเชื่อมไว้ เหลือเพียงน้ำเชื่อมที่ใสบริสุทธิ์ เรียกว่าการดูดค่าสี


วิดีทัศน์ เรื่อง การดูดค่าสี

     น้ำเชื่อมที่ใสบริสุทธิ์จะถูกส่งต่อเข้าหม้อต้มสุญญากาศเพื่อเคี่ยวจนเกิดผลึกน้ำตาลในน้ำเชื่อม และควบคุมคุณภาพเม็ดน้ำตาลให้สม่ำเสมอกัน โดยการเลี้ยงเม็ดน้ำตาลด้วยน้ำเชื่อมในหม้อเคี่ยวน้ำตาลที่ความดันต่ำกว่าความดันบรรยากาศ จากนั้นจึงส่งเข้าหม้อปั่น เพื่อแยกผลึกน้ำตาลออกจากน้ำเลี้ยงผลึก โดยมีตะแกรงรูขนาดเล็กกันเม็ดน้ำตาลให้อยู่ภายในหม้อปั่น และสลัดน้ำเลี้ยงผลึกหรือโมลาสออกไป เม็ดน้ำตาลจะถูกนำเข้าหม้ออบเพื่อลดความชื้นและลดอุณหภูมิ แล้วส่งไปบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์เพื่อส่งให้กับลูกค้าต่อไป


วิดีทัศน์ เรื่อง น้ำตาลทรายขาว