เนื้อหา

วีดิทัศน์ เรื่อง ทองโลหะที่ตอบสนองความต้องการของมนุษย์

     ทอง เป็นทั้งแร่ และธาตุ มีเลขอะตอม 79 และมีสัญลักษณ์เคมี เป็น Au   Au มาจากภาษาละตินจากคำว่า “Aurum” หมายถึงแสงระยิบระยับแห่งรุ่งอรุณ

สมบัติทางกายภาพ
     ทอง มีรูปผลึกอยู่ในระบบสามแกนเท่า  แต่ในธรรมชาติพบรูปผลึกทองได้ยากมาก ส่วนมากจะพบผลึกทองในแบบทรงแปดหน้า  ทองเป็นแร่ที่มีความแข็งน้อย (H = 2.5 – 3 ตามมาตราโมส์)  ค่าความถ่วงจำเพาะของทองสูงมาก เมื่อบริสุทธิ์ จะมีค่า 19.3  ค่าความถ่วงจำเพาะของทองจะลดลงหากมีโลหะอื่นๆ เจือปน  ทองสามารถทำให้เสียรูปได้ง่าย แต่มีความเหนียวมาก  ทองจะเป็นแร่ทึบแสงที่มีความวาวโลหะ ทองมีสีอยู่ในโทนสีเหลืองที่แปรเปลี่ยนไปขึ้นกับมลทินของโลหะอื่นที่ปนอยู่ในทอง  ทองเป็นโลหะที่มีจุดหลอมเหลว 1,064 oC  และสามารถดึงให้เป็นเส้นยาวและตีให้เป็นแผ่นบางๆ ได้ดี

 


     สมาคมค้าทองคำในประเทศ  กำหนดความบริสุทธิ์ ทอง 96.5 %  เป็นมาตรฐานทองในประเทศ  และโลหะที่นิยมผสม คือ เงิน และทองแดง   เหตุที่กำหนดความบริสุทธิ์ เช่นนี้เนื่องจากการนำโลหะอื่นไปผสมทองจะทำให้ทองมีความแข็ง และมีการทรงรูปได้ดีขึ้น สามารถนำทองดังกล่าวไปทำชิ้นงาน (เครื่องประดับ) ได้สะดวก

 

 

สมบัติทางเคมี
     ทองจัดเป็นโลหะทรานสิชั่น มีชื่อเรียกว่า เป็นกษัตริย์ของโลหะ  เป็นธาตุที่มีเสถียรภาพในสภาพแวดล้อมมาก และยังคงทนต่อสารเคมีทั่วไปได้ดี  ทองจะละลายได้ในกรดกัดทอง (aqua regia, เตรียมได้โดยผสมกรดไนตริก เข้มข้น 1 ส่วนโดยปริมาตร กับกรดเกลือ เข้มข้น 3 ส่วนโดยปริมาตร) ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นแสดงได้ดังสมการ

     Au (s) + 3 HNO3 (aq) + 4 HCl (aq) --->  HAuCl4 (aq) + 3 NO2 (g) + 3 H2O (l) 

     ในการหลอม และเชื่อมทอง มักนิยมใช้น้ำประสานทอง หรือบอแรกซ์ เพื่อลดจุดหลอมตัวของทอง ในการแยกทอง ปัจจุบันยังมีชาวบ้านใช้ปรอท ในการการแยกทองขนาดเล็ก (ขนาดฝุ่น) เนื่องจากปรอทสามารถทำปฏิกิริยากับโลหะหลายชนิด โดยเฉพาะทอง ทำให้เกิดอะมัลกัม วิธีการดังกล่าวเป็นวิธีที่ง่าย และมีประสิทธิภาพในการแยกทอง แต่กระบวนการเผาเพื่อไล่ปรอท ให้เหลือแต่ทอง ผู้เผาจะได้รับไอปรอทซึ่งเป็นพิษต่อสุขภาพ

ชาวบ้านใช้ปรอทใส่ลงไปในเรียง เพื่อทำให้เกิดอะมัลกัมผงทอง

การแยกทองโดยใช้ไฟเผาไล่ปรอท ให้กลายเป็นไอคงเหลือแต่ทอง

     ทองและเงิน เป็นสารละลายของแข็งที่สมบูรณ์ และทองที่พบในธรรมชาติมักมีเงินเกิดปนอยู่ด้วย  ทองที่มีเงินปน ตั้งแต่ 20 % ขึ้นไป เรียกว่า อิเล็คตรัม (electrum)  ธาตุอื่นๆที่มักเกิดเป็นมลทินอยู่ในทอง คือ บิสมัส ตะกั่ว ดีบุก สังกะสี และกลุ่มธาตุแพลตินั่ม  ความบริสุทธิ์ของทอง จะแสดงในรูป ส่วนในพันส่วน  ทองที่เกิดในธรรมชาติส่วนมาก จะมีโลหะอื่นปนอยู่ประมาณ 10 % หรืออาจเขียนได้เป็น 900 หรือ 90.00 %  เพราะเหตุนี้ทองคำบริสุทธิ์ จึงเขียนเป็น 99.99 %

วีดิทัศน์ เรื่อง ดูอย่างไรว่าเป็นทอง

การนำทองไปใช้ประโยชน์
     สภาทองโลก (World Gold Council, http://www.gold.org) ได้รวบรวมข้อมูลการใช้ทอง แยกความต้องการทองออกเป็น 4  กลุ่ม คือ กลุ่มเครื่องประดับ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มกองทุนต่างๆ และกลุ่มธนาคารกลางของประเทศต่างๆ มีตัวเลขดังนี้

ความต้องการทอง (หน่วยเป็นตัน)

     ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2556 ความต้องการทองทั้งหมด คิดเป็น 856.3 ตัน
          - ความต้องการทองเพื่อทำเครื่องประดับ สูงขึ้น เป็นผลมาจากทองราคาตก ในช่วงกลางเดือนเมษายน ทำให้เกิดแรงซื้อจากผู้บริโภคทั่วไป
          - จีน และอินเดีย เป็นประเทศที่ต้องการทองแท่ง และเหรียญทองคำมาก
          - กองทุน และนักลงทุนต่างๆ ในกลุ่มประเทศตะวันตก เป็นกลุ่มผู้ขายทองให้แก่ผู้ซื้อในกลุ่มประเทศเอเซีย (กองทุน ETF ทองคำ เป็นกองทุนที่ขายทองออกมามากในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา)
          - ความต้องการทองในกลุ่มเทคโนโลยี อยู่ในระดับปกติ 

หมายเหตุ
ราคาทองคำ ที่อ้างคือค่าเฉลี่ยของราคาทองคำ ที่เรียกว่า London PM fix คือราคาทองคำแท่ง 99.5% หนัก 1 ออนซ์ (31.1040 กรัม) ประกาศโดยบริษัทผู้ค้า 5 บริษัทของผู้ค้าทองคำแห่งลอนดอน