เนื้อหา

     

                                    สตรอว์เบอร์รี่                                    บ๊วยหรือพลัม

      

                                                กีวี                                               พลับ

     สถานีเกษตรหลวงอ่างขางได้นำไม้ผลเมืองหนาวมาทดลองปลูกและขยายพันธุ์ เพื่อส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขานำไปปลูกทดแทนการปลูกฝิ่น และลดการตัดไม้ทำลายป่าต้นน้ำ พันธุ์ไม้ผลส่วนมากได้รับพันธุ์มาจากไต้หวัน จีนและประเทศอื่น ๆ บ้าง ตัวอย่างของไม้ผลที่ทดลองปลูกจนประสบผลสำเร็จและขยายพันธุ์แล้ว เช่น

     6.1 สตรอเบอรี่ (strawberry) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Fragaria ananassa วงศ์ ROSACEAE เป็นพืชที่ต้องปลูกในดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 800 เมตรขึ้นไปมีอุณหภูมิ 10-25 องศาเซลเซียส และมีอากาศเย็นตลอดปี พันธุ์ที่ส่งเสริมให้ปลูกในปัจจุบัน เช่น พันธุ์พระราชทาน 70 ซึ่งเป็นสายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น ใบมีลักษณะกลมใหญ่ และสีเขียวเข้มไม่ทนต่อราแป้ง แต่ทนต่อโรคเหี่ยว ให้ผลผลิตค่อนข้างสูง น้ำหนักต่อผล 11.5 - 13.0 กรัม ผลมีลักษณะทรงกลมหรือทรงกรวย สีแดงสดใสแต่ไม่สม่ำเสมอ เนื้อและผลค่อนข้างแข็ง มีกลิ่นหอม มีความฉ่ำและรสชาติหวาน พันธุ์พระราชทาน 72 ก็เป็นสายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น ชื่อพันธุ์ TOCHIOTOME น้ำหนักต่อผล 14 กรัม เนื้อผลแข็งกว่าพันธุ์พระราชทาน 70 แต่มีความหวานน้อยกว่า มีกลิ่นหอมเมื่อเริ่มสุก เนื้อภายในผลมีสีขาว ผิวผลเมื่อสุกเต็มที่จะมีสีแดงถึงแดงจัด เงาเป็นมันที่ผิวผล ทนต่อการขนส่งมากกว่าพันธุ์อื่น

     6.2 พลับ (Persimmon) ชื่อวิทยาศาสตร์ Diospyros kaki วงศ์ EDENANEAE ขึ้นได้ดีในที่มีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของพลับควรจะเฉลี่ย 14-15 องศาเซลเซียส

     

     6.3 บ๊วย (Japanese apricot) ชื่อวิทยาศาสตร์ Prunus mume Sieb.et.Zicc. วงศ์ ROSACEAE บ๊วยที่ปลูกเป็นพันธุ์จากไต้หวัน บ๊วยต้องการช่วงสภาพอากาศที่หนาวเย็นในช่วงเวลาหนึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยที่เหมาะสมของบ๊วยจะอยู่ที่ประมาณ 13 – 15 องศาเซลเซียส

     6.4 กีวี (Kiwi fruit) ชื่อวิทยาศาสตร์ Actinidia deliciosa (A. Chev.) C.F.Liang et A.R.Ferguson var. deliciosa อยู่ในวงศ์ ACTINIDIACEAE กีวี เป็นไม้ผลเขตหนาว ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเหนือของหุบเขาแยงซี ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน รู้จักกันมานานในชื่อ “ไชนิส กูสเบอรี่” (Chinese gooseberry) แต่ได้ถูกนำไปพัฒนาและปลูกเป็นการค้าที่ประเทศนิวซีแลนด์เป็นแห่งแรกและได้ เปลี่ยนเป็นชื่อ “กีวีฟรุต” เพราะนกกีวีเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนิวซีแลนด์ กีวีต้องการความหนาวเย็นประมาณ 700-800 ชั่วโมง ดังนั้นพื้นที่ปลูกในประเทศไทยต้องมีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตรขึ้นไป ที่น่าสนใจคือ กีวีเป็นพืชที่มีดอกไม่สมบูรณ์เพศ ที่มีดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกต้นกัน ในการปลูกจึงต้องปลูกต้นที่มีดอกเพศผู้และดอกเพศเมียในบริเวณเดียวกัน

     

     6.5 สาลี่ (Asian pear) ชื่อวิทยาศาสตร์ Pyrus pyrifolia วงศ์ Rosaceae สาลี่เป็นไม้ผลเขตหนาว สาลี่ที่ปลูกในประเทศไทย เป็นชนิดสาลี่เอเชีย ซึ่งเนื้อผลจะกรอบและฉ่ำน้ำ ต่างจากสาลี่ยุโรปที่เนื้อผลจะอ่อนนิ่ม พันธุ์สาลี่ที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์ Yokoyama Wase, Xiang Sui และพันธุ์ใหม่ (SH-078 และSH-085)

     

 

วีดิทัศน์ เรื่อง แปลงไม้ผล(กีวี่ฟรุต)

วีดิทัศน์ เรื่อง แปลงไม้ผล(พีชและสาลี่)

คำถาม
     - ไม้ผลเมืองหนาวใช้วิธีการขยายพันธุ์ด้วยวิธีใด เทคนิคการโน้มกิ่งของพืช ทำเพื่อวัตถุประสงค์อะไร


เอกสารอ้างอิง
บ๊วยหรือ พลัม http://www.hort.purdue.edu/
กีวี http://lagnadan.exteen.com/
พลับ (persimmon) http://www.hrdi.or.th/
http://skilletchronicles.com
http://duke.edu
http://scottlouie.com
http://mmail.com.my
http://mis.hrdi.or.th
http://kanchanapisek.or.th