เนื้อหา

     จากสภาพในอดีตที่ดอยอ่างขางถูกบุกรุกตัดไม้ ทำไร่เลื่อนลอยจนกลายเป็นภูเขาหัวโล้น จึงต้องมีการฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับคืนมาก่อน เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้แผ่นดินและก่อกำเนิดต้นน้ำลำธาร การฟื้นฟูสภาพป่าทำได้โดยตรงทั้งด้วยการปลูกป่าด้วยพรรณไม้หลากหลายพันธุ์ ตลอดจนการทิ้งพื้นที่ป่า ให้พันธุ์ไม้เกิดและเติบโตเองโดยธรรมชาติ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานาน ดังนั้น ในพื้นที่ดอยอ่างขางจึงดำเนินการปลูกป่าด้วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งในการฟื้นฟูสภาพพื้นที่นั้น ดำเนินการโดยกรมป่าไม้ ส่วนงานด้านป่าไม้ของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางจะเป็นการศึกษาปลูกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นและพันธุ์ไม้โตเร็วจากต่างประเทศ เน้นการปลูกป่าสาธิตในพื้นที่รอบๆ สถานี พันธุ์ไม้ชนิดใดที่ได้ผล หน่วยอนุรักษ์ต้นน้ำก็จะนำไปปลูกป่าในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร

     ด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลไต้หวัน สามารถคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมในการปลูกที่ดอยอ่างขางและพื้นที่สูงอื่นๆ เป็นไม้โตเร็ว รวม ๕ ชนิดพันธุ์ ดังนี้

     1. กระถินดอย ชื่อวิทยาศาสตร์ Acacia confusa Merr. ชื่อวงศ์ LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE ชื่ออื่น ๆ ที่เรียกกัน คือ กระถินไต้หวัน เป็นไม้ยืนต้น ไม่ผลัดใบ ขนาดกลาง สูงประมาณ ๑๕ เมตร เมล็ดออกเป็นฝักคล้ายถั่วแต่แบน ปลายทั้งสองด้านแหลมเป็นไม้พื้นเมืองของไต้หวัน เนื้อไม้มีน้ำหนักมาก แข็ง และแน่น เหมาะสำหรับทำเครื่องมือการเกษตร การก่อสร้าง ฟืน และเฟอร์นิเจอร์

    

     2. เมเปิ้ลหอม ชื่อวิทยาศาสตร์ Liquidambar formosana Hance ชื่อวงศ์ HAMAMELIDACEA มีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศไต้หวัน เป็นไม้ต้น ผลัดใบ ขนาดใหญ่ สูง ๘ - ๑๒ เมตร ยางมีกลิ่นหอม ดอก สีเหลืองอ่อน มีขนเนื้อไม้สีแดงอมเหลือง ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือเครื่องใช้ภายในบ้าน ลำต้นสามารถนำมา เพาะเห็ดได้

    

     3. การบูร ชื่อวิทยาศาสตร์ Cinnamomum camphora (L.) J.Presl ชื่อวงศ์ LAURACEAE เป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองของจีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน เป็นไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ 10 - 15 ม. ลำต้นและกิ่งเรียบ ทุกส่วนมีกลิ่นหอม โดยเฉพาะที่รากและโคนต้น มีกลิ่นหอมมากกว่าส่วนอื่นๆ ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ

     

     4. จันทร์ทอง ชื่อวิทยาศาสตร์ Fraxinus floribunda Wall. ชื่อวงศ์ OLEACEAE เป็นไม้ต้น สูงประมาณ 15 ม.ดอกสีขาว ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ยาว 10–15 เซนติเมตร ผลแบนเป็นปีกบาง รูปใบหอกกลับ หรือกึ่งรูปช้อนปลายมน ยาวประมาณ 3.5 เซนติเมตร มี 1 เมล็ด พบในป่าดิบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 800–1,800 เมตร ในต่างประเทศพบที่เนปาล พม่า จีนตอนใต้ ลาว และเวียดนาม ปลูกเป็นไม้ประดับ

     

     5. เพาโลเนีย ชื่อวิทยาศาสตร์ Poulownia spp.ชื่อวงศ์ SCROPHULARIACEAE เพาโลเนียเป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองของจีนเป็นส่วนใหญ่มีมากกว่า 30 สายพันธุ์ เป็นพันธุ์ไม้ในเขตอากาศอบอุ่น ที่มีปริมาณน้ำฝน 500-2,600 มิลลิเมตร /ปี มีความชื้นในอากาศสูง อุณหภูมิอยู่ระหว่าง -10 ถึง 42 องศา ปัจจุบันมีความนิยมปลูกกันในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น แคนนาดา อิตาลี อังกฤษ อินโดนีเซีย ไทย เพาโลเนียเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสูง 10-20 เมตร ผลัดใบ มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วมาก ต้นอ่อนมีเปลือกสีเขียว มีปุ่มหรือรอยแผลใบทั่วลำต้น ต้นแก่(อายุมากกว่า 5 ปี) เปลือกเป็นสีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่อง เปลือกบางฉีกขาดง่ายไม่ทนไฟ ทำให้ต้นไม้ตายได้ถ้าถูกไฟไหม้ มีรากแก้วตรงและยาวได้ถึง 40 ฟุต รากแขนงและรากฝอยจะอยู่ต่ำกว่าผิวดินประมาณ 4 ฟุต ไม้เพาโลว์เนียไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ทำเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย อันได้แก่ เปียโน กีตาร์ ไวโอลิน และขิม ซึ่งให้คลื่นเสียงที่ก้องกังวานอย่างสม่ำเสมอ ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก เกี๊ยะไม้ กล่องโสม กล่องอัญมณี และเครื่องแกะสลัก งานฝีมือต่างๆ นอกจากนี้ ไม้เพาโลว์เนียยังใช้ในการก่อสร้างบ้านเรือน ทำเครื่องมือเครื่องใช้ได้เช่นเดียวกับไม้โตเร็วอื่นๆ นอกจากนี้ เปลือก ใบ ดอก ผล และเนื้อไม้ ยังมีคุณค่าในเชิงสมุนไพรอีกด้วย โดยสามารถนำไปใช้ในการผลิตยาแก้ไอ หอบหืด ขับเสมหะ ลดความดันโลหิต ฯลฯ ใบและดอกมีโปรตีนสูง จึงเหมาะสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ จำพวกหมู แกะ และกระต่าย รวมทั้งใช้ทำปุ๋ยคอกชั้นดีอีกด้วย

    

 

 วีดิทัศน์ เรื่อง แปลงปลูกป่า

คำถาม
     - สืบค้นชื่อวิทยาศาสตร์และชื่อวงศ์ของพืชที่มีอยู่ในโรงเรียน


เอกสารอ้างอิง
http://www.qsbg.org/
อาจารย์บุญวงศ์ ไทยอุตส่าห์ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์