เนื้อหา

     สภาพลักษณะชั้นดินเดิมบริเวณละลุ เชื่อว่าน่าจะเป็นชั้นดินคล้ายกับชั้นดินในอุดมคติ กล่าวคือ เป็นชั้นดินที่มีชั้นตะกอนทราย ชั้นทรายแป้ง และชั้นเคลย์เกิดสลับกัน อาจพบชั้นตะกอนกรวดเกิดแทรกบ้าง ดินมีการพัฒนาดีอย่างสมบูรณ์ (ตามทฤษฎีการกำเนิดดิน) ดังมีรายละเอียดดังนี้

     พื้นที่หลายบริเวณในประเทศในอดีต รวมถึงพื้นที่บริเวณละลุ จากช่วงเวลามากกว่า 10,000 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่ามี ชั้นดินที่พัฒนาเป็นไปตามลักษณะของชั้นดินในอุดมคิต กล่าวคือ

      1) ดินชั้น O เป็นชั้นดินที่ประกอบด้วย เศษสารอินทรีย์ ซากพืช และซากสัตว์ อย่างน้อย 30 % โดยปริมาตร ดินชั้น O ถ้าเกิดจะพบอยู่ด้านบนสุดของชั้นดิน และในพื้นที่ที่เป็นป่าพรุ ดินชั้น O จะเกิดหนามาก

     2) ดิน ชั้น A ส่วนมากพบได้โดยทั่วไป เป็นดินชั้นบน  ดินชั้นนี้ชื่อที่รู้จักกันทั่วไป คือ ชั้นหน้าดิน (topsoil) มีสีเข้ม  ดินชั้น A ประกอบด้วย แร่ชนิดต่างๆ รากพืช และเศษซากของสิ่งมีชีวิต รวมถึงร่องรอยของสิ่งมีชีวิต (รูต่างๆ) ในดินชั้น A อนุภาคที่ละลายน้ำได้ และแร่เคลย์ จะละลายไปกับน้ำที่ไหลซึมผ่าน

     3) ดินชั้น E (ไม่แสดงในภาพ) เป็น ชั้นดินที่อยู่ใต้ชั้น A เหนือชั้น B มีสีจาง (พบเฉพาะบางบริเวณเท่านั้น)  เป็นส่วนของดินดินชั้น A ที่น้ำจากด้านบนไหลผ่านพากลุ่มแร่เคลย์ และละลายเอาอนุภาคที่ละลายน้ำไป


     4) ดิน ชั้น B เป็นดินที่พบการสะสมตัวของกลุ่มแร่เคลย์ และอนุภาคเหล็กออกไซด์ ซึ่งถูกซึมซะมาจากดินชั้น A  ดินชั้น B พบสารอินทรีย์ได้แต่น้อยมาก แต่จะพบการสะสมของเหล็กออกไซด์ และแร่เคลย์  ดังนั้นดินชั้น B จึงมีลักษณะเด่นคือมักมีสีน้ำตาล-แดง และมีองค์ประกอบของดินเหนียวเป็นองค์ประกอบ

     5) ดิน ชั้น C เป็นชั้นดินที่เกิดติดกับวัสดุต้นกำเนิดดิน ดินชั้นนี้ จะพบวัสดุต้นกำเนิดดินในชั้นนี้  ช่วงแรกของการเกิดดิน เมื่อวัสดุการเกิดดินโผล่บริเวณผิวโลก  กระบวนการผุพังจะเกิดขึ้น และดินชนิดแรกที่เกิดคือดินชั้น C เมื่อ ดินมีการพัฒนามากขึ้นดินชั้น C จะเปลี่ยนไปเป็นดินชั้น A และ B  ในขณะที่ดินชั้น C ก็ยังเกิดอยู่ใต้ผิวดิน จากการผุพังจากวัสดุต้นกำเนิด
     6) วัสดุ ต้นกำเนิดดิน สามารถเป็นได้ทั้งหิน หินที่ยังไม่แข็งตัวดี และตะกอน  ในกรณีที่วัสดุต้นกำเนิดดินเป็นตะกอน  การจำแนกชั้นดิน ชั้น C ทำได้ยาก